พระสมเด็จวัดเกศไชโยเนื้อกระเบื้องหลังคาโบสถ์ พระสมเด็จฝังตะกรุดหลวงพ่อลมูลวัดเสด็จผง๑๒นักกษัตริย

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,258
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1775412018003.jpg

    พระสมเด็จหลังรูปเหมือน หลวงพ่อแดง สงฺฆรกฺขิโต วัดทุ่งคอก จ.สุพรรณบุรี
    ปี ๒๕๑๖

    ท่านเป็นศิษย์หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดันถือเป็นเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่มีพุทธคุณเข้มขลังแห่งเมืองสุพรรณบุรี
    พระเครื่องของหลวงพ่อแดงนั้น ประสบการณ์มีมากมายเป็นที่กล่าวขานกัน ว่ายอดเยี่ยมด้านหนังเหนียวคงกะพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัยเป็นเลิศนัก ขนาดหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ จ.นครปฐม ยังเดินธุดงค์ไปกับศิษย์ผู้พี่ คือ หลวงพ่อปา วัดประดู่ ตลิ่งชัน เพื่อไปศึกษาวิชาอาคมคงกะพันชาตรีกับหลวงพ่อแดงเลยทีเดียว

    “แดง ไม้ใหญ่” เป็นสมญานาม ที่หลวงพ่อเต๋ ตั้งให้หลวงพ่อแดง เพราะหลวงพ่อแดง ท่านเก่งเรื่องหาไม้ในป่า มักได้ไม้สวยๆ ไม้ต้นใหญ่อยู่เสมอ หลวงพ่อแดง อายุน้อยกว่าหลวงพ่อเต๋ 6ปี เกียรติคุณในด้านวิทยาคม ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน,หลวงพ่อเหนี่ยง วัดสองพี่น้อง และมีเกจิดังๆหลายรูป มาฝากตัวเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อแดง อาทิเช่นหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ นครปฐม ฯลฯ เป็นต้น วัตถุมงคลทุกรุ่นที่ท่านสร้างมีความเข้มขลังด้วยอิทธิมงคล ท่านเป็นพระนักพัฒนา ผู้พลิกฟื้นตำบลทุ่งคอกจากป่าให้กลายเป็นเมืองที่มีความเจริญ ท่านเป็นที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้านทุ่งคอกอย่างยิ่ง ยกเชิดชูท่านให้เป็น “เทพเจ้าแห่งทุ่งคอก” เล่ากันว่า หลังงานบูชาครูวัดสามง่าม ปี2510 ได้ประมาณ10กว่าวัน มีข่าวแจ้งมาจากวัดทุ่งคอก ว่า หลวงพ่อแดง มรณภาพแล้ว หลวงพ่อเต๋ ทราบข่าวนี้แล้วก็ถอนหายใจนิ่งเงียบ ด้วยความอาลัยพระเพื่อนของท่าน รูปนี้ยิ่งนัก ทุกวันนี้กิตติคุณของหลวงพ่อแดง ก็ไม่เสื่อมคลายไปจากความรู้สึกของชาวเมืองสุพรรณบุรี ฯ
    ประวัติ หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก
    ผู้สืบสายพุทธาคม หลวงพ่อเหนี่ยง วัดสองพี่น้อง
    และหลวงพ่อโหน่ง วัดคลองมะดัน สุพรรณบุรี
    หลวงพ่อแดง วัดทุ่งคอก เกจิอาจารย์
    ผู้มีความขลังด้วยอิทธิมงคลวัตถุทุกรุ่นที่สร้าง
    พระเถระผู้มีงานพัฒนาจนตำบลทุ่งคอกจากป่า
    กลายเป็นเมืองมีความเจริญเป็นที่เลื่อมใส
    ศรัทธาของชาวบ้าน
    ซึ่งให้ความเคารพนับถือท่านเหมือนพ่อ
    เรียกท่านว่า “หลวงพ่อ”
    ด้วยความรู้สึกเหมือนพ่อแท้ๆ ของเขา
    พระผู้มากด้วยเมตตาบารมี
    ถึงวันนี้กิตติคุณของท่านก็ไม่เสื่อมคลายไป
    จากความรู้สึกของชาวเมืองสุพรรณบุรี
    พระครูสุวรรณสาธุกิจ (แดง สงฺฆรกฺขิโต)อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งคอก เจ้าคณะตำบลทุ่งคอกอำเภอสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรีพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงศีลาจารวัตรงดงาม
    เป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านในยุคอดีตแม้ท่านจะมรณภาพไปแล้วถึง 38 ปี ก็ตามแต่ผลงานและสิ่งที่ท่านสรรค์สร้างเอาไว้ยังคงอยู่จากหนังสืองานพระราชทานเพลิงศพของท่านบันทึกประวัติของท่านไว้น่าสนใจยิ่ง ดังนี้
    พระครูสุวรรณสาธุกิจ (แดง ใจกล้า)เป็นบุตรนายบุญ-นางในใจกล้าเกิดวันศุกร์ที่11มิถุนายนพ.ศ.2440 ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 7 ปีระกา เวลา 19.00 น.เศษ
    ณ บ้านทุ่งคอก ตำบลทุ่งคอกอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีมีพี่น้องร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน 11 คน คือ
    1. นางเหมือน (ถึงแก่กรรม)
    2. นางเมือ (ถึงแก่กรรม)
    3. นางล้วน
    4. นางนัว (ถึงแก่กรรม)
    5. นางฟุก (ถึงแก่กรรม)
    6. นางเฮ้ย (ถึงแก่กรรม)
    7. พระครูสุวรรณสาธุกิจ
    8. นางโต้ (ถึงแก่กรรม)
    9. นางเค้า (ถึงแก่กรรม)
    10. นายจ่วน (ถึงแก่กรรม)
    11. นางพลบ (ถึงแก่กรรม)
    พระครูสุวรรณสาธุกิจ
    สมัยเป็นเด็กได้ช่วยบิดา-มารดาประกอบอาชีในการทำนาเมื่ออายุประมาณ 13-14 ปีบิดาได้นำไปฝากไว้กับพระอธิการโหน่ง(หลวงพ่อโหน่ง) เจ้าอาวาสวัดอัมพวันตำบลเนินพระปรางค์ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อศึกษาอักษรสมัยและอบรมจรรยามารยาทในการที่จะให้เป็นพลเมืองดีต่อไปได้เรียนภาษาไทยจากครูโพย (ไม่ทราบนามสกุล)ส่วนมากเรียนมูลบทบรรพกิจ
    การเรียนมุ่งให้อ่านออกเขียนได้และเพื่อให้มีความรู้อย่างเดียวไม่มีการสอบและเลื่อนชั้นท่านมีความรู้ภาษาไทยอยู่ในขั้นอ่านออกเขียนได้พออายุประมาณ 16 ปี
    บิดาให้ลาออกจากวัดกลับไปอยู่ที่บ้านเพื่อเป็นกำลังในการประกอบอาชีพ ต่อไป
    เมื่อท่านกลับไปอยู่บ้านแล้วได้เป็นกำลังสำคัญในการประกอบอาชีพสร้างฐานะของครอบครัวให้ดีขึ้น
    อาชีพหลักคือการทำนา
    ครั้นอายุครบอุปสมบท
    จึงได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนาเมื่อวันศุกร์ที่1มิถุนายน 2460
    ตรงกับวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 7 ปีมะเส็งณ พัทธสีมาวัดทุ่งคอก ตำบลทุ่งคอก
    อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรีโดยมี
    1. พระครูวินยานุโยค (หลวงพ่อเหนี่ยง)
    อดีตเจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง วัดสองพี่น้อง
    เป็นพระอุปัชฌาย์
    2.พระอธิการโหน่ง (หลวงพ่อโหน่ง)
    อดีตเจ้าอาวาสวัดอัมพวัน เป็นพระกรรมวาจาจารย์
    3.เจ้าอธิการเหลื่อน อดีตเจ้าคณะตำบลศรีสำราญ
    วัดอัมพวัน เป็นพระอนุสาวนาจารย์เมื่ออุปสมบทแล้วได้ไปจำพรรษาและศึกษาพระธรรมวินัย ณ วัดอัมพวัน
    ในความอุปการะของหลวงพ่อโหน่ง ในด้านคันถธุระ
    ได้ศึกษาพระธรรมวินัยจากพระอาจารย์ต่วนซึ่งเดิมอยู่ที่วัดสองพี่น้องได้เรียนพระธรรมวินัยกับพระอาจารย์ต่วนประมาณ 2 พรรษา
    แต่ไม่ได้สอบในสนามหลวง
    การเรียนของท่านมุ่งเพื่อให้รู้ เข้าใจและปฏิบัติเป็นหลักใหญ่ท่านเป็นผู้ใคร่ต่อการศึกษาเป็นพิเศษนอกจากตั้งใจศึกษาเล่าเรียนคันถธุระและวิปัสสนาธุระด้วยวิริยะอุตสาหะ เป็นอย่างดีแล้วได้ทำวัตรปฏิบัติอุปัชฌาย์อาจารย์ตามหน้าที่ของศิษย์ทุกประการได้จำพรรษาอยู่ที่วัดอัมพวัน 4 พรรษาเมื่ออุปสมบทได้ 5 พรรษาพระอาจารย์อินทร์ เจ้าอาวาสวัดทุ่งคอก ลาสิกขาทางการคณะสงฆ์
    จึงตั้งให้ท่านเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดทุ่งคอก
    สืบต่อไป ท่านได้รักษาการเจ้าอาวาสมาหลายปี
    ตลอดเวลาที่รักษาการนั้น ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดพ.ศ.2476 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งคอก(ขณะนั้นอายุ 37 พรรษา 17)พ.ศ.2478 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งคอกพ.ศ.2496 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์5 ธันวาคม 2499 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูสุวรรณสาธุกิจ”พระครูสุวรรณสาธุกิจ (หลวงพ่อแดง)ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดทุ่งคอกนานกว่าเจ้าอาวาสองค์อื่นๆและเป็นเจ้าอาวาสวัดทุ่งคอกองค์แรกที่ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลด้วย
    ทั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรองค์แรกในตำบลทุ่งคอก
    พระครูสุวรรณสาธุกิจแม้จะได้รับพระราชทาสมณศักดิ์
    เป็นพระครูสัญญาบัตรแล้วก็ตามแต่พวกศิษยานุศิษย์
    และท่านที่เคารพนับถือก็เรียกกันจนติดปากว่า ”หลวงพ่อแดง”ไม่นิยมเรียกชื่อสมณศักดิ์บางคนได้ยินชื่อสมณศักดิ์เข้ารู้สึกงง
    แต่ถ้าเอ่ยชื่อหลวงพ่อแดงแล้วจะรู้จักทันที พระครูสุวรรณสาธุกิจเป็นพระนักพัฒนาและเสียสละอย่างยอดเยี่ยมรูปหนึ่งและเป็นพระที่ทำมากกว่าพูดจึงไม่ค่อยเป็นที่รู้จักของคนภายนอกมากนัก
    วัดทุ่งคอกแต่เดิมนั้นเป็นป่าส่วนมากห่างไกล ความเจริญ ไม่ค่อยมีใครอยากไป
    ในเขตตำบลนี้ เพราะเป็นท้องถิ่นทุรกันดารน้ำการคมนาคมก็ไม่สะดวก การเดินทางมีแต่เกวียนและเรือ ส่วนรถยนต์และรถไฟยังไม่มีจึงเป็นท้องถิ่นที่ไกลความเจริญเพราะการคมนาคมเป็นดุจเส้นโลหิตใหญ่เชื่อมโยงความเจริญก้าวหน้าหลวงพ่อแดงได้ทุ่มเทกำลังทุกอย่างเอาชีวิตเข้าแลกกับการทำงาน
    ทั้งยังเสี่ยงต่อภัยซึ่งเกิดจากสัตว์ร้ายและคนพาลทุนทรัพย์มีน้อย ประชาชนส่วนมากยากจนและหลวงพ่อไม่ใช่เป็นพระนักเรี่ยไร
    จึงต้องเข้าป่าเพื่อนำสัมภาระมาก่อสร้างชีวิตหลวงพ่อส่วนมากชินกับการอยู่ป่ามากกว่าอยู่ในบ้านเมือง
    พอถึงฤดูแล้งท่านจะเข้าป่าเพื่อหาไม้มาก่อสร้าง
    แทบทุกปี น้อยปีที่ท่านไม่ได้ไปอาศัยเหตุที่ท่านเข้าป่าหาไม้บ่อยๆและหาได้เก่งนั้นเอง
    ชาวบ้านจึงขนานนามท่านว่า “หลวงพ่อแดงไม้ใหญ่”
    แม้แต่ หลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม จังหวัดนครปฐม
    ในสมัยที่ยังเข้าป่าหาไม้มาสร้างวัดด้วยกันท่านยอมยกให้หลวงพ่อแดงเป็นคนเก่งและเป็นใหญ่ในเรื่องหาไม้ในป่าเพราะหลวงพ่อแดงมีเกวียนเทียมด้วยควาย
    บรรทุกไม้ได้ท่อนใหญ่และมากกว่าส่วนหลวงพ่อเต๋ มีเกวียนเทียมด้วยวัวบรรทุกไม้ท่อนเล็กและได้น้อยกว่า
    จึงได้พากันเรียกจนติดปากว่า “แดงไม้ใหญ่”ท่านได้หยุดพักการเข้าป่าก่อนมรณภาพไม่กี่นี้เอง
    ทั้งนี้ เพราะท่านได้ตรากตรำต่อการงานหนักมานาน
    สุขภาพจึงไม่ค่อยดี มีโรคเบียดเบียนเสมอประกอบกับเข้าสู่วัยชราด้วยแพทย์เคยแนะนำให้พักผ่อนมากๆ
    ไม่ให้ออกกำลังกายมากเหมือนเดิมท่านจึงได้หยุดพักไม่เข้าป่าในสมัยที่ท่านกครองวัดทุ่งคอกได้สร้างอุโบสถขึ้นหลังหนึ่งต่อมาชำรุดทรุดโทรม จึงได้สร้างขึ้นใหม่อีกหลังหนึ่ง
    และได้ผูกพัทธสีมา เมื่อ พ.ศ.2511หลังจากท่านมรณภาพแล้วได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้นเพื่อใช้บำเพ็ญกุศล และใช้เป็นที่เรียนหนังสือของเด็กๆ ด้วย เพราะในสมัยนั้นอาคารเรียนยังไม่มีต้องอาศัยศาลาการเปรียญเป็นโรงเรียน
    ต่อมาได้สร้างอาคารเรียนเป็นโรงเรียนประชาบาล
    หลังใหม่ขึ้น โดยเอกเทศ แต่เมื่อมีนักเรียนมากขึ้น
    อาคารเรียนไม่เพียงพอ
    ประจวบกับทางกระทรวงศึกษาธิการได้ขยายหลักสูตรการศึกษาออกไปอีกอาคารเรียนจึงไม่พอยิ่งขึ้นจึงได้สร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีก เป็นอาคาร 2 ชั้น
    เปิดสอนถึงชั้น ป.7 และได้เปิดสอนก่อนหลวงพ่อมรณภาพต่อมาได้สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม
    เพื่อให้พระภิกษุ-สามเณรศึกษาพระธรรมวินัย
    ซึ่งโรงเรียนประชาบาลและ
    โรงเรียนพระปริยัติธรรมทั้ง 2 ประเภทนี้นับได้ว่า เกิดขึ้นเป็นแห่งแรกในตำบลทุ่งคอก
    ในสมัยของหลวงพ่อแดงนี้
    นอกจากนี้ หลวงพ่อแดงยังบำเพ็ญสาธารณประโยชน์อีกมาก เช่น
    1. สร้างกุฎีสงฆ์หลายหลัง
    ทั้งได้จัดให้เข้าแถวเป็นระเบียบน่าดู น่าอยู่
    2. สร้างหอสวดมนต์
    3. ขุดสระน้ำใหญ่ 2 สระ เพื่อใช้น้ำในฤดูแล้ง
    เพราะวัดนี้กันดารน้ำ
    ชาวบ้านใกล้เคียงตลอดจนชาวตลาดทุ่งคอก
    ก็ได้มาอาศัยน้ำในสระนี้
    4. สร้างตลาดให้เป็นสมบัติของวัด
    5. ได้ขยายเขตวัดให้กว้างออกไปกว่าเดิม
    6. ได้ช่วยเหลือกิจการต่างๆ ของวัด
    ในเขตปกครองที่มาขอให้ช่วยเหลือ
    ในด้านสวัสดิภาพของประชาชน
    หลวงพ่อได้ช่วยชีวิตชาวบ้านไว้เป็นจำนวนมาก
    เนื่องจากท่านมีความรู้และเชี่ยวชาญ
    ในการแพทย์แผนโบราณ
    ในสมัยท้องถิ่นยังเป็นป่าขาดความเจริญ
    การแพทย์แผนปัจจุบันยังไม่แพร่หลาย
    และประชาชนยังไม่นิยมรักษา
    อีกทั้งการคมนาคมก็ยังไม่สะดวก
    ชาวบ้านทุ่งคอกและตำบลใกล้เคียง
    ได้ฝากชีวิตไว้กับหลวงพ่อ
    ถึงแม้ในระยะที่การแพทย์แผนปัจจุบันแพร่หลาย
    และคมนาคมสะดวกแล้ว
    ประชาชนก็ยังเชื่อมั่นในยาของหลวงพ่ออยู่จนตลอดชีวิต โดยยึดถือหลวงพ่อเป็นที่พึ่งและหลวงพ่อไม่เคยต้องการอามิสตอบแทน
    ท่านให้ยาด้วยจิตเมตตาอย่างเดียวแม้คนป่วยด้วยโรคจิต เป็นคนพิการ และคนยากคนจนเมื่อไปพบท่านแล้ว ท่านจะให้ความเมตตากรุณาต่อทุกคนด้านการพระศาสนาได้อบรมพระภิกษุ-สามเณรและประชาชน
    ให้ตั้งมั่น เป็นการช่วยลดจำนวนอาชญากรลงได้มาก
    เป็นพระอุปัชฌายะให้การบรรพชาอุปสมบทกุลบุตรไว้เป็นจำนวนมากเป็นกรรมการสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวงแผนกธรรมได้อุปถัมภ์ศาสนศึกษาทั้งนักธรรมและบาลีเป็นอย่างดีและได้ส่งศิษย์ของท่านไปศึกษาทั้งทางโลกทางธรรมเป็นจำนวนมากอนึ่ง หลวงพ่อเป็นพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณด้วยรูปหนึ่ง ได้ร่วมพิธีปลุกเสกพระเครื่องครั้งสำคัญๆ มาหลายจังหวัด เกียรติคุณในด้านวิทยาคมของท่านเป็นที่รู้จักกันได้ดี รวมความว่าหลวงพ่อได้บำเพ็ญศาสนกิจและสาธารณประโยชน์นานาประการ ท่านได้ประกอบแต่กุศลกรรมตลอดมาด้วยดีทุกประการหลวงพ่อท่านได้ป่วยเป็นโรคริดสีดวงทวารเรื้อรัง
    มาก่อนเป็นเวลานานแล้ว
    ต่อมาเป็นโรคปอดเรื้อรังอีก
    ประกอบกับท่านได้ตรากตรำทำงานมาก
    แต่ท่านมีความอดทนเป็นเยี่ยมไม่บ่นไม่แสดงออกให้คนภายนอกรู้ได้ง่ายๆ
    บางคนจึงไม่ทราบอาการอาพาธท่านได้รับกาเยียวยาทั้งแผนโบราณและแผนปัจจุบันตลอดมาอย่างดีที่สุด
    ในที่สุดก็มรณภาพ
    เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2510เวลา 04.00 น.เศษณ กุฏิของท่าน โดยอาการสงบหลวงพ่อท่านได้ทิ้งความดีให้สถิตอยู่กับโลก
    และความอาลัยรักตลอดถึงความเคารพนับถือของปวงมิตรศิษยานุศิษย์ และท่านที่คุ้นเคยอย่างไม่มีวันกลับมาอีกสิริรวมอายุ 70 ปีโดยปี และได้ 50 โดยพรรษา

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จหลวงพ่อแดงวัดทุ่งคอก ปี ๒๕๑๖ สภาพสวยเดิมๆ

    ให้บูชา 350 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260406_010730.jpg IMG_20260406_010801.jpg
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,258
    ค่าพลัง:
    +21,459
    พระพุทธนิมิตรมงคลวัดพระปฐมเจดีย์ ปี ๒๕๑๔

    พิธีมหาพุทธาภิเษก : จัดเป็นพิธีมหาพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่ในงานนมัสการพระปฐมเจดีย์ มีพระคณาจารย์ที่เข้าร่วมพิธีมหาพุทธาภิเษกนั้นล้วนแล้วแต่เอกอุระบือนาม กว่า 108 รูป อาทิเช่น
    หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
    หลวงพ่อเพิ่ม วัดกลางบางแก้ว
    หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม
    หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่
    หลวงพ่ออุตตมะ วัดวังก์วิเวการาม
    หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา
    หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี
    หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณมิตร
    พระอาจารย์นำ วัดดอนศาลา
    หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
    พ่อท่านคลิ้ง วัดถลุงทอง
    หลวงพ่อดำ วัดตุยง
    หลวงพ่อคง วัดบ้านสวน
    หลวงพ่อน้อย วัดธรรมศาลา
    หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราช
    ท่านเจ้าคุณชิต วัดพระปฐมเจดีย์ฯ เป็นต้น

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระพุทธนิมิตรมงคล วัดพระปฐมเจดีย์พิธีพุทธาภิเษกปี ๒๕๑๔ ไม่มีกล่องนะครับ

    ให้บูชา 300 บาทค่าจัดส่งถึง 30 บาทครับ


    IMG_20260406_132857.jpg IMG_20260406_132927.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,258
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1775457697818.jpg

    วิชา “เสือสมิง” หลวงพ่อคงมีความเชี่ยวชาญชำนาญเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้ว่า วัตถุมงคลของท่านแทบทุกรุ่นจะต้องมีรูปเสือสมิงปรากฏอยู่ด้วย วัตถุมงคลของหลวงพ่อคงแต่ละรุ่นล้วนมีประสบการณ์มากมายในทุกด้าน

    พระสมเด็จปรกโพธิ์ นั่งเสือ " หลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส " หลังเทพพนมสะกดเสือ เทพเจ้าแห่งเขาสมิง จ.จันทบุรี ปี ๒๕๒๗

    “พระครูอาคมวิสุทธิ์” หรือ “หลวงพ่อคง สุวณฺโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดวังสรรพรส ต.บ่อ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่งของภาคตะวันออก และเป็นพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัย หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ แม้ท่านอาจจะอายุน้อยกว่า แต่เรื่องอาคมนั้นท่านไม่เป็นรองใครเลยทีเดียว ท่านได้รับนิมนต์ไปร่วมพิธีพุทธาภิเษกในพิธีใหญ่ๆ พร้อมๆ กับพระเกจิอาจารย์ร่วมสมัยอยู่หลายครั้ง เมื่อคราวปลุกเสกครั้งยิ่งใหญ่ที่ท้องสนามหลวง พ.ศ.2500 ท่านก็ได้ร่วมในพิธีครั้งนั้นด้วย

    หลวงพ่อคงออกเดินธุดงค์ไปทั่วประเทศ ตลอดจนข้ามไปทางฝั่งประเทศพม่า กัมพูชา ท่านได้ศึกษาธรรมะและวิชาคาถาอาคมขลัง อักขระเลขยันต์จากโยมตาชื่อ หลวงคีรีเขตุ ซึ่งเป็นผู้มีวิชาทางคงกระพันเป็นเลิศ ตลอดจนพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงอีกหลายท่าน อาทิ หลวงพ่อเม วัดมาบไผ่ ต.มาบไพ อ.ขลุง จ.จันทบุรี หลวงพ่ออ่ำ วัดสะตอน้อย ต.ตกพรม อ.ขลุง จ.จันทบุรี หลวงพ่ออุก หลวงพ่อเจาะ วัดโป่งโรงเซ็น ต.โป่งโรงเซ็น อ.มะขาม จ.จันทบุรี หลวงปู่วง (ปู่ของท่าน) หลวงพ่อหริ่ง ครูเต๋า และครูตาสด ฯลฯ

    โดยเฉพาะวิชา “เสือสมิง” หลวงพ่อคงมีความเชี่ยวชาญชำนาญเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้ว่า วัตถุมงคลของท่านแทบทุกรุ่นจะต้องมีรูปเสือสมิงปรากฏอยู่ด้วย วัตถุมงคลของหลวงพ่อคงแต่ละรุ่นล้วนมีประสบการณ์มากมายในทุกด้าน

    "ประวัติ" หลวงพ่อคง สุวัณโณ วัดวังสรรพรส ตำบลบ่อ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี
    ชาติกำเนิดและชีวิตปฐมวัย
    "หลวงพ่อคง" เป็นชาวหมู่บ้านตาพราย ต.สะตอ อ.เขาสมิง จ.ตราด (เขตติดต่อต.วังสรรพรส อ.ขลุง จ.จันทบุรี) เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ ๒๐ ก.ย. ๒๔๔๕ ตรงกับปีที่ ๓๔ ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โยมบิดาชื่อ นายส้อง โยมมารดาชื่อ นางโอง นามสกุล "ฑีฆายุ" ท่านเป็นบุตรคนหัวปี มีพี่น้องชายหญิงอีก ๑๑ คน ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรรม
    ท่านได้เกิดมาในแวดวงของผู้มีวิชาอาคมเป็นที่เลื่องลือ โดย ปู่ของท่าน คือ หลวงปู่วง ซึ่งเป็นพระผู้มีวิชาอาคมเป็นที่เลื่องลือในสมัยนั้น และตาของท่าน คือ หลวงคีรีเขตต์ รับราชการดูแลหัวเมืองตราด-จันทบุรี ผู้มีคาถาอาคมขลัง เป็นผู้มีวิชาทางคงกระพันเป็นเลิศ

    การศึกษา
    วัยเด็กเข้าเรียนชั้นประถมที่โรงเรียนวัดชมพูทราย จบชั้นประถมปีที่ ๓ เมื่อพ.ศ.๒๔๖๒ และช่วยทางบ้านหาสมุนไพรของป่าออกมาขาย

    ออกบวช

    อุปสมบทครั้งแรก พ.ศ.๒๔๖๖ อายุได้ ๒๑ ปี อุปสมบทครั้งที่ ๒ เมื่อวันอังคารที่ ๕ มีนาคม ๒๔๗๗ หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติมาแล้ว ๓ วัน ขณะอายุได้ ๓๒ ปี ณ พัทธสีมาวัดชมพูทราย อ.เขาสมิง จ.ตราด มีพระอธิการผูก วัดสลัก จ.ตราด เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาธรรมว่า "สุวัณโณ" แปลว่า "ผู้มีผิวพรรณงามดุจทองคำ" หลังจากบวชแล้วได้ขยันหมั่นเพียรเล่าเรียนพระธรรมวินัย พระไตรปิฎก ประเพณีทางศาสนา ๑๒ เดือน หลวงพ่อคงนั้นนับเป็นผู้คงแก่เรียนรูปหนึ่ง ท่านได้ศึกษาวิชาไสยศาสตร์โบราณต่างๆ ที่ตกทอดกันมาจากครูบาอาจารย์ชาวเขมร และจากพระภิกษุผู้คงแก่เรียนชาวพื้นบ้าน โดยมีครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้มากมาย ทั้งพระสงฆ์และฆราวาส นอกจาก หลวงปู่วง และ หลวงคีรีเขตต์ ผู้เป็นปู่ และ ตาแท้ ๆ ของท่านแล้ว ครูบาอาจารย์ท่านอื่นก็เช่น หลวงพ่อเม วัดมาบไผ่ ต.มาบไผ่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี (หลวงพ่อเม ท่านมีวิชาขนาดเหาะเหินเดินอากาศได้), หลวงพ่ออุก-หลวงพ่อเจาะ วัดโป่งโรงเซ็น ต.โป่งโรงเซ็น อ.มะขาม จ.จันทบุรี, หลวงพ่ออ่ำ วัดสะตอน้อย, หลวงพ่อหริ่ง พ่อครูเต๋า ฆราวาสจอมคาถา, พ่อครูตาสด ฆราวาสจอมขมังเวท เป็นต้น วิชาที่ได้ร่ำเรียนมีหลายแขนง ทั้งคาถาหัวใจ ๑๐๘ คาถาคงกระพันชาตรีต่างๆ การเขียนอักขระเลขยันต์ภาษาขอม การเขียนลบผงอิทธิเจ ปถมัง การปลุกเสกเครื่องรางของขลัง วิชาแพทย์แผนโบราณ วิชาการหาสมุนไพรของป่า การหาว่านคงกระพัน การสักยันต์ วิชาย่นระยะทาง การเดินจงกรม และการฝึกจิตฝึกสมาธิ วิปัสสนากรรมฐาน เข้านิโรธสมาบัติ ซึ่งปฏิบัติไปตามขั้นตอนตามที่พระอาจารย์หลายรูปได้สั่งสอนมา
    หลวงพ่อคงได้ออกเดินธุดงค์ไปทั่วประเทศ ตลอดจนข้ามไปทางฝั่งประเทศพม่า กัมพูชา เพื่อฝึกฝนวิชาที่ท่านได้ร่ำเรียนมา โดยเฉพาะวิชา เสือสมิง ท่านมีความเชี่ยวชาญชำนาญเป็นพิเศษ ดังจะเห็นได้ว่า วัตถุมงคลของท่านแทบทุกรุ่น จะต้องมีรูปเสือสมิง ปรากฏอยู่ด้วย
    หลังจากที่ได้เดินธุดงค์จนเป็นที่พอใจแล้ว ท่านได้กลับมาอยู่ที่วัดวังสรรพรส และได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่พ.ศ.๒๕๐๘ อายุ ๖๓ ปี (ข้อมูลบางแหล่งว่าเป็นเจ้าอาวาสในปี ๒๔๙๒ อายุ ๔๗ปี บางแหล่งว่าเป็นเจ้าอาวาสในปี ๒๕๐๓ อายุ ๕๘ ปี ) เป็นต้นมา
    ทางด้านการเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ท่านก็ได้เข้าเรียนนักธรรมที่สำนักเรียนวัดสลัก กระทั่งสอบได้นักธรรมตรี นักธรรมโท และนักธรรมเอก ตามลำดับ

    ผลงานและเกียรติคุณ

    ปีพ.ศ.๒๕๐๓ ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดวังสรรพรส อ.ขลุง จ.จันทบุรี
    พ.ศ.๒๕๑๓ รับตำแหน่งพระอธิการ พ.ศ.๒๕๒๒ รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ "พระครูอาคมวิสุทธิ์"
    ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดรูปหนึ่งของภาคตะวันออก ร่วมสมัยเดียวกับ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า และหลวงพ่อศรีนวล วัดเกวียนหัก หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ และ หลวงพ่อพรหม วัดช่องแค เป็นต้น
    ปีพ.ศ.๒๕๐๐ ชื่อเสียงของท่านเริ่มเป็นที่รู้จักกันทั่วไป พิธีพุทธาภิเษกตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศต่างๆ จะต้องนิมนต์ไปร่วมนั่งปรกแทบทุกงาน เมื่อได้รับนิมนต์ท่านก็มักจะไปร่วมทุกครั้ง ไม่ว่าจะวัดใกล้วัดไกลแค่ไหนก็ตาม เมื่อคราวพิธีพุทธาภิเษกพระ ๒๕ พุทธศตวรรษ ครั้งยิ่งใหญ่ที่ท้องสนามหลวง ในพ.ศ.๒๕๐๐ ท่านก็ได้ร่วมในพิธีครั้งนั้นด้วย นอกจากนี้ในส่วนตัวของท่านเองก็ได้สร้างวัตถุมงคลออกมาหลายรุ่น เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวัตถุมงคลของท่านคือ จะมีรูป เสือสมิง อยู่ด้านหลัง หรือไม่ก็เป็น รูปพระปิดตา ซึ่งเป็นฝีมือการเขียนโดยตัวท่านเอง
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อคงทุกรุ่นล้วนมีพุทธคุณเป็นเลิศในทุกๆ ด้าน เป็นที่เลื่องลือกันอย่างกว้างไกล นอกจากนี้ท่านยังมีความเชี่ยวชาญด้านรักษาโรคด้วยสมุนไพรอีกด้วย จนเป็นที่พึ่งพาอาศัยของชาวบ้านตลอดมา

    การสร้างวัตถุมงคล

    หลวงพ่อคงเริ่มเป็นที่รู้จักของประชาชนทั้งไกลและใกล้เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านได้เริ่มทำธง เสื้อยันต์ ตะกรุด และปลัดแจกเรื่อยมา
    นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 อันเป็นปีกึ่งพุทธกาล เพื่อสมนาคุณแก่ผู้ที่มีส่วนร่วมสร้างพระอุโบสถ ดังนั้นในปีนั้นท่านจึงได้จัดทำเหรียญรูปเหมือนของท่านเป็นครั้งแรก ท่านได้นำเหรียญของท่านมาเข้าพิธีที่ท้องสนามหลวงด้วย ภายหลังท่านก็นำเหรียญของท่านปลุกเสกในวาระอื่นๆด้วย เช่นงานทอดกฐิน งานทอดผ้าป่า และงานวันเกิดของหลวงพ่อ จำนวนสร้างทั้งหมด 15,000 เหรียญ ผิวเหรียญสีขาวเนื้ออัลปาก้าทั้งหมด เหรียญรุ่นนี้เคยมีอภินิหารเป็นที่เลื่องลือกันมาก
    วัตถุมงคลหลวงพ่อมีประสบการณ์มากมาย โดยเฉพาะด้านคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม ค้าขายดี แคล้วคลาดปลอดภัย เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังกล่าวถึงตลอด หลวงพ่อคงมีจริยาวัตรงดงามมาก บุคคลต่างๆรวมทั้งลูกศิษย์ลูกหาจากทั่วประเทศเดินทางมากราบไหว้ท่าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หลวงพ่อคงใจดี มีเมตตา ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนมาโดยตลอด ไม่ลำเอียง ใครเจ็บป่วยมาหาท่าน ท่านจะเมตตาช่วยเหลือตลอดทุกคนเสมอไป หลวงพ่อคงมีแต่ให้กับให้ ใครมาขออะไรก็ให้ทั้งนั้น แม้กระทั่งเงินและวัตถุมงคล ตลอดระยะเวลาในการอุปสมบทของท่าน ท่านได้ปฏิบัติตามกฏของสงฆ์อย่างเคร่งครัดมีการครองผ้าสวดมนต์ ทำวัตรเช้า เย็น ตลอดมามิได้ขาด จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระครูอาคมวิสุทธิ์ ซึ่งแปลว่า พระผู้ซึ่งมีอาคมขลังเป็นที่สุด
    หลวงพ่อคงได้อนุญาตให้ลูกศิษย์สร้างวัตถุมงคลทั้งที่เป็นประเภท เหรียญ รูปหล่อ และพระเนื้อผง มากมายหลายสิบรุ่น ส่วนวัตถุมงคลประเภทเครื่องราง อาทิ ผ้ายันต์ ตะกรุด รวมทั้งปลัดขิก และเขี้ยวเสือต่างๆ หลวงพ่อคงได้สร้างเองก็มีหลายแบบ ล้วนแล้วต่างมีประสบการณ์มากมายและส่วนมากวัตถุมงคลของท่านจะทำการปลุกเสกเดี่ยวจนครบไตรมาส จึงจะเอามาออกแจกใครได้รับต่างก็หวงแหน

    ประสบการณ์วัตถุมงคล

    วัตถุมงคลของหลวงพ่อคงแต่ละรุ่นล้วนมีประสบการณ์มากมายในทุกด้าน มีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศ นับตั้งแต่สามัญชนจนถึงพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลฑิฆัมพร พลเรือเอกสงัด ชลอ อยู่ พล.ต.ต.ม.ร.ว.พงศ์สระ เทวกุล ฯลฯ
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อคง แต่ละรุ่นล้วนมีประสบการณ์มากมายในทุกด้าน ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ เช่น เมื่อ พ.ศ.๒๕๒๘ เรือเอกรังสรรค์ โตอรุณ ได้นำเรือรบมาจอดที่คลองใหญ่ (สารสิน) โดยได้รับคำบอกเล่าจากจ่าเอกพรหมมา หิรัญ คนพื้นเพ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้ชวนท่านไปกราบหลวงพ่อคง เมื่อได้พบกับหลวงพ่อคง ท่านได้ขอให้หลวงพ่อคงลง นะ หน้าทองให้ โดยทำพิธีและปิดทองที่หน้าผาก ๘ แผ่น และที่ลิ้นอีก ๑ แผ่น รวมทั้งให้ลงเหล็กจารบนหน้าผาก พร้อมกับเป่าที่หน้าผาก ระหว่างนั้น เรือเอกรังสรรค์มีความรู้สึกเหมือนมีลมร้อนปะทะที่หน้าผากและลิ้น โดยแผ่นทองคำเปลวหายไปอย่างอัศจรรย์
    หลังจากลง นะ หน้าทองเสร็จแล้ว หลวงพ่อคงได้บอกให้เรือเอกรังสรรค์กลับไปที่เรือรบโดยเร็ว เพราะว่าเรือกำลังจะจม โดยท่านคิดแย้งอยู่ในใจว่า เรือรบลำใหญ่จะจมได้อย่างไร แต่หลวงพ่อคงได้กำชับให้รีบกลับไปเร็วๆ เมื่อ เรือเอกรังสรรค์ มาถึงเรือรบ ได้รับรายงานว่า น้ำเข้าทางวาล์วเปิดปิดน้ำ เพราะวาล์วน้ำเกิดขัดข้อง น้ำกำลังท่วมถึงห้องเครื่องเรือ และจะถึงเครื่องแปลงไฟ เรือเอกรังสรรค์สั่งให้แก้ไขได้ทันท่วงที่เรือเอกรังสรรค์ได้รับราชการต่อมาจนได้เลื่อนยศเป็น พล.ร.ต.รังสรรค์ โตอรุณ ร.น. ส่วนจ่าเอกพรหมา มียศเป็นนาวาตรี ประสบการณ์เกี่ยวกับหลวงพ่อคง
    “พ่อผมเป็นคนหนึ่งที่ได้เป็นศิษย์ของท่านครับเพราะพ่อผมเป็นคนอ.ขลุง จ.จันทบุรีครับ สมัยนั้นพ่อผมได้ทำเหมืองพลอย อยู่จังหวัดจันทบุรี เลยได้มีโอกาสได้อุปัฏฐากท่าน นำรถยนต์รับส่งท่านอยู่บ่อยครั้งครับ (ในสมัยพ.ศ.2520 ต้นๆครับ สมัยนั้นรถยนต์มีน้อยมากครับ) ตอนพ่อผมบวช และไปขอลาสิกขากับท่าน ท่านได้นำน้ำลายทาที่หน้าอกของพ่อผมด้วยมือของท่านเอง แล้วให้ลูกศิษย์มาสักเสือสมิงให้ครับ
    พ่อผมเล่าให้ฟังว่า เวลาท่านปลุกเสกปลัดขิก ต้องใช้โซ่มาล่าม เพราะไม่ฉะนั้นกระโดดหนีไปหมด บางตัวก็กระโดดชนหลังคาสังกะสีดังบ้าง บางครั้งกระโดดทะลุหลังคากระเบื้องก็มีครับ
    ย่าผมเล่าให้ฟังว่า หลวงพ่อเม ที่เป็นอาจารย์หลวงพ่อคง นั้น ท่านรูปร่างสูงใหญ่มาก ตอนย่าผมเป็นเด็กหลวงพ่อเมก็ชราภาพแล้ว (ย่าผมเกิดพ.ศ. ๒๔๖๔) ท่านพ่อเม เป็นพระอุปัชฌาย์ที่ดังมาก มีพระมาบวชกับท่านมากครับ มีทั้งพระเขมร พระต่างจังหวัดมาเรียนวิชากับท่านเป็นจำนวนมาก ปาฏิหาริย์ของหลวงพ่อเมที่ชาวบ้านแถวนั้นทราบดีก็คือ วิชาส่งของทางอากาศครับ คือท่านจะนำของโยนขึ้นบนฟ้า และสั่งให้ไปหาใคร หรือไปถวายเจ้าอาวาสวัดนั้นวัดนี้ครับ อีกวิชาที่ชาวบ้านมักเห็นกันบ่อยๆ คือตอนพลบค่ำ ท่านจะเหาะไปเรียนวิชากับโยมพ่อท่าน ที่เป็นชาวลับแล อยู่ในเทือกเขาสระบาป จ.จันทบุรี ชาวจังหวัดจันทบุรีเชื่อว่าคนลับแล คือคนบริสุทธิ์ด้วยศีล ๕ ปฏิบัติธรรม เป็นคนกึ่งเทวดาครับ”

    อาพาธและมรณภาพ
    ในช่วงท้ายของชีวิตหลวงพ่อคง ได้อาพาธเป็นไข้หวัดใหญ่ และปอดบวม มีโรคแทรกซ้อน เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๓๒ ลูกศิษย์ได้ส่งหลวงพ่อคงไปรักษาที่โรงพยาบาลตากสิน จันทบุรี จนพอทุเลา ท่านก็ขอกลับวัดวังสรรพรส ต่อมาอีกไม่กี่วัน ท่านก็ได้มรณภาพลงอย่างสงบ ณ วัดวังสรรพรส เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๓๒ รวมสิริอายุได้ ๘๗ ปี พรรษา ๕๕
    ก่อนที่จะท่านมรณภาพ ได้ปรารภกับศิษย์ว่า "ให้เก็บร่างท่านไว้ มิฉะนั้นต่อไปจะไม่มีคนมาวัด" ทางวัดจึงเก็บร่างของท่านมาถึงทุกวันนี้ และมีเรื่องแปลกเกี่ยวกับร่างของท่านคือ หลังจากที่ท่านมรณภาพไปแล้ว เล็บมือ เล็บเท้า เส้นผมของท่านจะยังคงยาวออกมาตลอด

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระผงมงคลลาภ พุทธคุณทั้งเก้า ปี ๒๕๒๗ พิมพ์ปรกโพธิ์

    ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260406_134338.jpg IMG_20260406_134404.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,258
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1775409967529.jpg

    ทำไมต้องเป็นเนื้อตะกั่ว
    โบราณาจารย์ นิยมสร้างพระเครื่อง เครื่องรางต่างๆ ด้วยโลหะเนื้อตะกั่ว อาทิเช่นพระปิดตา พระพุทธพิมพ์ รวมถึงตะกรุดต่างๆ เนื่องจากมีความเชื่อว่า ตะกั่วนั้นมีน้ำหนักพอเท่ากับน้ำหนักเนื้อทองคำ มีคุณวิเศษเฉกเช่นเดียวกัน วัตถุมงคลชนิดใดก็ตามที่สร้างขึ้นจากเนื้อทองคำ หรือเนื้อตะกั่วนั้น จะเก็บกักรักษาพระพุทธคุณได้กว่าเนื้อโลหะชนิดอื่นๆ ไม่เสื่อมถอยได้โดยง่าย ผู้มีวิชาต่างๆก็ไม่สามารถมาคัดคุณวิเศษออกจากโลหะทั้ง ๒ ชนิดนี้ได้ ผู้ที่ต้องการความคงกระพันชาตรี ในสมัยโบราณจึงนิยมใช้โลหะนี้มาจัดทำเป็นตะกรุด เพื่อไม่ให้ศรัตรู ฝ่ายตรงกันข้ามหักหาญคัดความคงกระพันออกจากตัวได้ แม้พระคณาจารย์บางสำนัก ระบุชัดเจนถึงขั้นว่า จะสร้างเครื่องรางเพียงแต่ทองคำ และตะกั่วเท่านั้นฯ

    พระปางลีลาวัดพลับพลาชัย เนื้อชินตะกั่ว บล็อควงเดือน(นิยม) กรุงเทพฯ"" พ่อท่านคล้าย ได้ตั้งจิตอธิษฐานปลุกเสกวัตถุมงคล ณ วัดพลับพลาชัย รุ่นสุดท้าย ปี ๒๕๑๓""และ เป็นการจัดพิธีกรรมปลุกเสกที่ยิ่งใหญ่ เหล่าเกจิอาจารย์ร่วมยุคร่วมสมัยร่วมปลุกเสกมากมาย สภาพสวยๆ เดิมๆ ไม่ผ่านการใช้
    พิธีพุทธาภิเษก วัดพลับพลาชัย 2513 อาทิ
    1. พ่อท่านคล้าย วัดสวนขัน
    2. หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี
    3. หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม
    4. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง
    5. หลวงพ่อคำมี วัดถ้ำคูหาสวรรค์ ลพบุรี
    6. หลวงพ่อพริ้ง วัดโบสถ์ ลพบุรี
    7. หลวงพ่อคล้าม วัดกุ่มหัก สระบุรี
    8. หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช อยุธยา
    9. หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลย์
    10. หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ นนทบุรี
    11. หลวงพ่อแก้ว วัดปทุมวนาราม อยุธยา
    12. หลวงพ่อสนิท วัดศีลขันธาราม อ่างทอง
    13. หลวงพ่อเส็ง วัดบางนา ปทุมธานี
    14. หลวงพ่อหอม วัดซากหมาก ระยอง
    15. หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี สมุทรสงคราม
    16. หลวงพ่อเส่ง วัดกัลยาณ์ กทม.
    17. หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง นนทบุรี
    18. หลวงพ่อพระโพธิวรคุณ วัดโพธินิมิต กทม.
    19. หลวงพ่อแช่ม วัดดอนยายหอม นครปฐม
    20. หลวงพ่อเจริญ วัดทองนพคุณ เพชรบุรี
    21. หลวงพ่อจ้วน วัดเขาลูกช้าง เพชรบุรี
    22. หลวงพ่อพยนต์ วัดเกตุมวดีย์ สมุทรสาคร
    23. หลวงพ่อพระพุทธมนต์วราจารย์ วัดสุทัศน์ฯ กทม.
    24. หลวงพ่อสนิท วัดศีลขันธาราม อ่างทอง
    25. หลวงพ่อสุด วัดกาหลง สมุทรสาคร
    26. หลวงพ่อเก๋ วัดปากน้ำ นนทบุรี

    27. หลวงพ่อสะอาด วัดฝาง นนทบุรี....
    ฯลฯ
    สุดยอดเกจิระดับแนวหน้าของเมืองไทย

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับทุกๆข้อมูล

    พระลีลาวัดพลับพลาเนื้อตะกั่วบล็อกวงเดือนพิมพ์ใหญ่ ปี ๒๕๑๓ สภาพสวยเดิมขนาดประมาณ 2*5.5 ซม.

    ให้บูชา 400 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260406_003355.jpg IMG_20260406_003434.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...