ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นายกรัฐมนตรีออร์บานแห่งฮังการีตอบโต้ทวีตของนายทัสก์

    FB_IMG_1775225262095.jpg

    (https://www.facebook.com/share/p/1E2qQpXbfB/) เกี่ยวกับเรื่องที่ว่า "วิกฤตพลังงานเป็นประโยชน์ต่อรัสเซีย" ว่า:

    ยุโรปกำลังมุ่งหน้าสู่วิกฤตเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานอย่างรุนแรง ยุโรปอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง ทางออกเดียวคือการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อภาคพลังงานของรัสเซียโดยทันที เราต้องไม่คิดถึงปูติน แต่ต้องคิดถึงประเทศและประชาชนของเรา แทนที่จะเติมเชื้อไฟสงคราม จงรักและปกป้องประเทศของคุณโดนัลด์!

    03/04/2026

    https://www.facebook.com/share/p/1CAjLwSwWH/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    FB_IMG_1775225402196.jpg
    รัฐบาลอิตาลี เลือกใช้มาตรการต่ออายุลดภาษีน้ำมัน รองรับวิกฤตพลังงานโลก
    นายกรัฐมนตรีอิตาลี "จอร์เจียร์ เมโลนี":
    “วันนี้รัฐบาลได้คำสั่งฉบับใหม่ เพื่อขยายระยะเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตเชื้อเพลิง พร้อมทั้งขยายมาตรการเพิ่มเติม โดยเน้นช่วยเหลือภาคเกษตรกรและธุรกิจส่งออกเป็นการเฉพาะ”
    .
    “นี่เป็นมาตรการที่จำเป็น เพื่อรับมือกับช่วงเวลาที่มีความเปราะบางอย่างยิ่ง ซึ่งเกิดจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ ที่กำลังส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจ”
    .
    “เราทราบดีว่าสถานการณ์ยังคงซับซ้อน ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจะติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิดที่สุด และจะดำเนินมาตรการทุกอย่างที่จำเป็น เพื่อปกป้องครอบครัว ภาคธุรกิจ และการจ้างงาน”


    https://www.facebook.com/share/p/178ujChxb8/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักธุรกิจอิหร่านประกาศใครลากคอกัปตันเครื่องบินรบสหรัฐฯมาได้มีรางวัลให้10 ล้านบาท ส่วนกองทัพประกาศให้อีก2 ล้านบาท ตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่กำลังแบกปืนไล่ล่าอย่างสนุก

    https://www.facebook.com/share/1AT6ZbnEnS/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มาสั้นๆ แบบนี้ ตีความกันไปดิ

    FB_IMG_1775262580782.jpg
    ทรัมป์บน Truth Social: “KEEP THE OIL, ANYONE?” (มีใครอยากได้น้ำมันไหม?)
    สถานการณ์ตอนนี้บอกเลยว่า "งงกันทั้งตลาด" เพราะคำพูดของท่านประธานาธิบดีเปลี่ยนไปมาจนตามไม่ทัน

    เมื่อวาน: บอกว่าสหรัฐฯ จะ "ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง" ในการรักษาความปลอดภัยที่ช่องแคบฮอร์มุซ

    เช้าวันนี้: โพสต์ว่า "ไปเอาน้ำมันนั่นมาซะ แล้วสร้างความมั่งคั่งจากมัน" (Take the oil and make a fortune)

    ล่าสุด: โพสต์ถามสั้นๆ ว่า “KEEP THE OIL, ANYONE?”
    https://www.facebook.com/share/14YmsS1BVQV/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ล่า ล่า ล่า!
    ระทึกขวัญสั่นประสาท หนีฝ่านรก นี่จะเป็นหมุดหมายสำคัญยิ่งของการศึกครั้งนี้ อิหร่านกำลังจะได้ตัว “เชลยศึก”‼️‼️‼️ครั้งแรก!!!

    อิหร่านปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปไม่ได้เด็ดขาด
    ประกาศ ผู้ใดเจอตัว เอาไปเลย 1 หมื่นล้านโตมาน!!!!!!!!!

    เรื่องมันสืบเนื่องจากที่อิหร่านรายงานว่า สอยเครื่องบินรบอเมริกาได้ 2 ลำ
    ซึ่งหนึ่งในนั้นมี F-35 สุดล้ำด้วย
    (แต่สื่อตะวันตกพยายามจะสาวเทียบว่าเป็น F-15 มากกว่า)

    คือถ้าตกจริงนี่ ตื่นเต้นยิ่งกว่าหนัง⚠️⚠️ เพราะถ้านักบินยังรอดชีวิต แล้วตกอยู่บนแผ่นดินศัตรูนี่!!!!!
    นึกถึงหนัง Top Gun: Maverick เลย! ! !
    มันหมายความว่าต้องหนีสุดขีด และเผชิญการล่าสุดขีดดดดด ในดง ในวงล้อมของศัตรูนับล้าน!
    และไม่ใช่แค่ทหาร ชาวบ้านผู้ขุ่นแค้นก็มีส่วน ไล่ล่า เสาะหา

    ขณะที่มีภาพเหมือนกัน (ยังไม่ยืนยันจากสื่อหลัก) เครื่องบินรบอเมริกามาเป็นฝูง หา!
    ดูใครหาเจอก่อนกันนนนน
    ทางอเมริกาก็ต้องเร่งค้นหา เพื่อช่วยออกมาให้ได้ก่อน

    ในคลิป เครื่องบินรบอเมริกาบินต่ำมาก เพดานบินเรี่ยจะติดพื้นดินอิหร่านแล้ว เร่ง เร่ง เร่ง ทำเวลาสำรวจ
    ทุกๆ วินาทีมีค่ามากๆ มากๆ มากๆ ในตอนนี้

    แทบจะจินตนาการไม่ออกเลย หน้าศึกจะเป็นเยี่ยงไร ถ้าอิหร่านจับทหารอเมริกาเป็น “เชลยศึก” ได้

    ”แต้มต่อ“ มี
    รูปการณ์ขี่ทันที
    เหลี่ยมและเชิงด้วยอีก

    อเมริกาเสียตรงนี้ไม่ได้
    แต่สถานการณ์หมิ่นเหม่มาก สุ่มเสี่ยงจะเพลี่ยงพล้ำอย่างที่สุด

    นักบินก็ต้องใช้ทักษะที่ฝึกปรือมาให้เป็นประโยชน์ที่สุด หลบหลีกหลบเร้นให้ได้

    เหล่าสิงห์เปอร์เซียล่า ล่า ล่า ! ! ! สุดแรงห้อ ในถิ่นตนเอง!

    เกมระห่ำ เดิมพันชีวิต
    ใครชนะ!
    โปรดตืดตามมมมม
    FB_IMG_1775262743346.jpg FB_IMG_1775262748003.jpg FB_IMG_1775262753370.jpg FB_IMG_1775262758822.jpg FB_IMG_1775262768454.jpg
    https://www.facebook.com/share/19pGo9ZuyJ/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “วิกฤติพลังงาน” บททดสอบใหญ่เมื่อราคาน้ำมันพุ่ง ประเทศต่าง ๆ แก้เกมอย่างไร?
    .
    ช่วงนี้หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่า “ค่าครองชีพแพงขึ้น” โดยเฉพาะค่าน้ำมันและค่าไฟ ซึ่งเป็นผลมาจาก
    “วิกฤติพลังงานโลก” ที่กำลังเกิดขึ้น
    .
    สาเหตุหลักมาจากหลายเรื่องรวมกัน ทั้งสถานการณ์ระหว่างประเทศ ปัญหาการขนส่ง และเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ราคาพลังงานสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันในหลายด้าน
    .
    สถานการณ์นี้ทำให้หลายประเทศต้องรีบออกมาตรการรับมืออย่างเร่งด่วน แม้แต่ประเทศที่มีทรัพยากรพลังงานของตัวเอง ก็ยังได้รับผลกระทบและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
    .
    ⚫️ ฝั่งยุโรปรับมือวิกฤติพลังงานยังไง เพื่อพยุงทั้งเศรษฐกิจและประชาชน
    .
    แม้สหภาพยุโรปจะยังไม่มีนโยบายเดียวร่วมกัน แต่สนับสนุนให้แต่ละประเทศเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเอง เช่น ลดภาษี ตรึงราคา หรือควบคุมการใช้พลังงาน ตัวอย่างมาตรการในประเทศต่าง ๆ ของยุโรปมีความหลากหลาย เช่น
    .
    สเปน : ลดภาษีพลังงาน และช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
    เยอรมนี & ออสเตรีย : ควบคุมการขึ้นราคาน้ำมันของปั๊ม เพื่อลดการเอาเปรียบผู้บริโภค
    โปรตุเกส : ลดภาษีน้ำมัน และคืนเงินภาษีเมื่อราคาสูงเกินเกณฑ์
    โปแลนด์ & ฮังการี : ลดภาษีและกำหนดเพดานราคาน้ำมัน (ฮังการีจำกัดเฉพาะคนในประเทศ)
    สโลวีเนีย : ปันส่วนเชื้อเพลิง จำกัดปริมาณการเติมน้ำมันต่อวัน
    .
    โดยสรุป ประเทศในแถบยุโรปเลือกใช้มาตรการในรูปแบบช่วยลดภาระประชาชน ควบคุมราคาพลังงาน และดูแลการใช้พลังงาน เพื่อให้ทุกคนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดในช่วงวิกฤตินี้
    .
    ⚫️ เอเชียกังวลเรื่อง “พลังงานไม่พอใช้” มากกว่าราคา?
    .
    ในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศที่ต้องนำเข้าน้ำมัน ส่วนใหญ่กังวลเรื่อง “พลังงานไม่พอใช้” มากกว่าราคา จึงเน้นมาตรการเพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอในประเทศ เช่น จีนและอินเดียที่กักตุนน้ำมันสำรองและลดภาษีเพื่อช่วยประชาชน
    .
    ขณะที่ญี่ปุ่นใช้นโยบายอุดหนุนราคาและปล่อยน้ำมันสำรองออกสู่ตลาด ส่วนบางประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักอย่างศรีลังกาและเมียนมา ต้องใช้มาตรการเข้มงวด เช่น ปันส่วนหรือจำกัดการใช้น้ำมัน
    .
    ด้านประเทศไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และเกาหลีใต้ เลือกใช้วิธีรณรงค์ประหยัดพลังงาน ลดภาษี หรือปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น ลดวันทำงานหรือทำงานแบบ Work From Home
    .
    โดยฝั่งเอเชียจะเน้น “ทำให้มีพลังงานพอใช้” ควบคู่กับ “ช่วยลดภาระประชาชน” และควบคุมการใช้พลังงานในช่วงวิกฤตินี้
    .
    ⚫️ ทางออกระยะสั้น vs ทางรอดระยะยาว
    .
    แม้มาตรการต่าง ๆ ที่แต่ละประเทศนำมาใช้จะช่วย “ประคอง” สถานการณ์ในระยะสั้นได้ แต่ก็ต้องมาคิดกันต่อว่าในระยะยาว โลกจะรับมือกับวิกฤติพลังงานอย่างไร
    .
    วิกฤติครั้งนี้อาจกลายเป็นแรงผลักสำคัญที่ทำให้หลายประเทศเริ่มหันกลับมาทบทวนโครงสร้างพลังงานของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน การพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ หรือการสร้างระบบพลังงานที่กระจายตัวมากขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานเพียงไม่กี่แห่ง
    .
    ⚫️ วิกฤติที่อาจกลายเป็น “จุดเปลี่ยน”
    .
    แม้สถานการณ์พลังงานโลกในวันนี้จะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ในอีกมุมหนึ่ง วิกฤติครั้งนี้อาจเป็น “โอกาส” ให้โลกได้ปรับตัว
    .
    เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่โลกกำลังเผชิญ ไม่ใช่แค่ปัญหาราคาพลังงาน แต่คือในอนาคต แต่ละประเทศจะสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนและมั่นคงได้อย่างไร และคำตอบนั้น อาจไม่ได้มาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ก็ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งโลกในการก้าวผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกัน
    .
    #วิกฤติพลังงาน #น้ำมันแพง #ลดภาษี #ขนส่ง #ช่องแคบฮอร์มุซ #ตะวันออกกลาง #เศรษฐกิจโลก #Globaltech #TechMovement

    https://www.facebook.com/share/p/18XcBwKHoj/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “วีระ สมความคิด” ปูดแรง !!
    อ้างทหารฮุนเซน (BHQ ) ลักลอบเข้าไทย บุกกรุงเทพฯ หาข่าว เตือนระวังก่อวินาศกรรม-ลักลอบสังหารผู้นำ

    ชมคลิป https://www.facebook.com/share/v/1DgXvwuQE5/
    https://www.facebook.com/share/1BLF7zB5ja/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สงครามอิหร่านกระแทกท่องเที่ยวไทย ผู้ว่าททท.ลดเป้าต่างชาติเข้าไทยปี 69 หาย 18% เหลือต่ำสุด 30 ล้านคน คนไทยเที่ยวน้อยลง 3% ค่าใช้จ่ายสูงเข้ารอบชีวิตประหยัด BTimes

    Apr 4, 2026 หั่นเป้าแล้ว! สงครามอิหร่านกระแทกท่องเที่ยวไทย ผู้ว่าททท.ลดเป้าต่างชาติเข้าไทยปี 69 หาย 18% เหลือต่ำสุด 30 ล้านคน คนไทยเที่ยวน้อยลง 3% ค่าใช้จ่ายสูงเข้ารอบชีวิตประหยัด จบไตรมาส 1 ต่างชาติเข้าไทยยังลดลง 2% จากปี 68

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า ในปี 2569 มีการปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้สมมติฐานว่าสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายใน 1–3 เดือน โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 30–34 ล้านคน ลดลงร้อยละ 18 จากเป้าหมายเดิม โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอตัวของตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา รวมถึงข้อจำกัดด้านเส้นทางบิน และความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่การเดินทางท่องเที่ยวของชาวไทย คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 206 ล้านคน-ครั้ง ลดลงร้อยละ 3 จากเป้าหมาย โดยภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยคาดว่าจะสร้างรายได้รวมประมาณ 2.58 ล้านล้านบาท

    ขณะที่ ในช่วงไตรมาส 1/2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) ประเทศไทย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคน โดยตลาดหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน จำนวน 1.49 ล้านคน รองลงมา ได้แก่ มาเลเซีย 9.6 แสนคน รัสเซีย 7.26 แสนคน อินเดีย 6.26 แสนคน และเกาหลีใต้ 4.12 แสนคน ขณะเดียวกัน ตลาดระยะไกล อาทิ สหราชอาณาจักร เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ยังคงเป็นกลุ่มสำคัญในการสร้างรายได้เฉลี่ยต่อคนต่อทริปในระดับสูง

    ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาส 1/2569 (1 มกราคม – 31 มีนาคม 2569) ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.31 ล้านคนนั้น ลดลงราว 240,000 คน หรือ -2.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2568 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา 9,549,004 คน ประกอบด้วย อันดับ 1 นักท่องเที่ยวชาวจีน จำนวน 1.49 ล้านคน เพิ่มขึ้น 159,000 คน หรือ +12% อันดับ 2.มาเลเซียจำนวน 960,000 คน ลดลง -193,496 คน หรือ -7% อันดับ 3. รัสเซียจำนวน 726,000 คน เพิ่มขึ้น 4,000 คน หรือ +0.6% อันดับ 4. อินเดียจำนวน 626,000 คน เพิ่มขึ้น 82,230 คน หรือ +15% และอันดับ 5. เกาหลีใต้จำนวน 412,000 คน ลดลง 85,930 คน หรือ -17%

    #ท่องเที่ยว #ททท #สงคราม #อิหร่าน #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1HyJPWJgb4/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดีใจด้วยสายอี85 ปั้มลดราคาแก๊สโซฮอล์อี85 ลง 80 ส.ต. เหลือ 34.89 บาท มีผล 4 เม.ย. ตี 5 นับเป็นการลดราคาน้ำมันครั้งแรกและเป็นครั้งแรกที่ลดราคาเพียงชนิดหรือเกรดเดียวในรอบ 18 วันผ่านมา BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1CP7ayJrXg/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! 21.45 น. เครื่องบินรบเอฟ 15-E ของสหรัฐถูกอิหร่านยิงตก ทีมกู้ภัยเร่งค้นหา 2 นักบิน นับเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินรบสหรัฐถูกยิงตกในสงครามอิหร่านมา 5 สัปดาห์ BTimes

    Apr 3, 2026 ด่วน! เครื่องบินรบเอฟ 15-E ของสหรัฐถูกอิหร่านยิงตก ทีมกู้ภัยเร่งค้นหา 2 นักบิน นับเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินรบสหรัฐถูกยิงตกในสงครามอิหร่านมา 5 สัปดาห์

    เจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เครื่องบินรบเอฟ 15 อี ของกองทัพสหรัฐถูกอิหร่านยิงตก ในขณะที่หน่วยค้นหา และกู้ภัยออกดำเนินการติดตามนักบินจำนวน 2 ราย ซึ่งยังไม่ทราบชะตากรรมที่ชัดเจนเหตุการณ์เครื่องบินรบรุ่นดังกล่าวของกองทัพสหรัฐอเมริกาถูกยิงตกในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินรบของสหรัฐอเมริกาถูกกองทัพอิร่านยิงตกนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการมหากาพย์พิโรธ หรือ Opeartion Epic Fury โจมตีประเทศอิหร่านเมื่อวันที่ 28 มีนาคมเป็นต้นมา หรือในรอบ 5 สัปดาห์ที่ผ่านมา

    สำนักข่าวรอยเตอร์ได้ติดต่อไปยังกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา และศูนย์กลางบัญชาการ หรือ USCC แต่ได้ปฏิเสธที่จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

    ไอเอสเอ็นเอ ซึ่งเป็นสำนักข่าวกึ่งทางการของประเทศอิหร่าน รายงานว่านายกนายกเทศมนตรีเมือง Kohgiluyeh และเมือง Boyer-Ahmad เปิดเผยว่าไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่สามารถจะเป็นหรือจับตายนักบินอเมริกันทั้งสองราย จะได้รับการยกย่องอย่างเป็นพิเศษจากรัฐบาลอิหร่าน

    #ข่าว #ข่าวด่วน #สหรัฐ #อิหร่าน #เครื่องบินรบ #สงคราม #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1BPvroLydL/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ⚠️ ใครมาเป็นรัฐบาลก็เจอเหมือนกัน: ว่าด้วยวิกฤตน้ำมันที่คนไทยด่าได้ทุกฝ่าย

    สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้จะมาพูดเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่อยากฟัง แต่ต้องฟัง แม้ตอนนี้จะหัวร้อนแค่ไหนก็ตาม เพราะถ้าเราไม่เข้าใจโครงสร้างของปัญหาจริงๆ เราก็จะวนอยู่กับการด่ารัฐบาลไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตามค่ะ

    เอาตรงๆ เลยนะคะ ตอนนี้ทุกคนเก่งหลังเกมส์กันหมด พอเหตุการณ์สงครามสหรัฐ-อิหร่านมันเฉลยแล้ว ทุกอย่างมัน unfold ออกมาหมดแล้ว คนก็นั่งวิจารณ์กันสนุกปากว่า “ทำไมรัฐบาลไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้” แต่ลองย้อนกลับไปคิดดีๆ สิคะ ว่าตอนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ Operation Epic Fury เริ่มต้นขึ้นมานั้น มีใครรู้บ้างว่าเรื่องมันจะลากยาวมาจนถึงวันนี้

    วันแรกที่สหรัฐเริ่มโจมตีอิหร่าน มีใครคิดบ้างว่าอิหร่านจะกล้าปิดช่องแคบฮอร์มุซจริงๆ ในประวัติศาสตร์ อิหร่านขู่จะปิดช่องแคบมาตลอด แต่ไม่เคยทำจริงสักครั้ง เพราะมันเป็น mutually assured economic destruction ค่ะ

    น้ำมันที่ออกจากช่องแคบฮอร์มุซนั้นคิดเป็นประมาณ 20% ของซัพพลายน้ำมันทั้งโลก ถ้าปิดปุ๊บ ไม่ใช่แค่คนซื้อเจ็บ คนขายก็เจ็บด้วย เพราะรายได้จากน้ำมันก็หายไปเหมือนกัน ดังนั้นวันแรกของสงคราม สมมติฐานที่สมเหตุสมผลที่สุดคืออิหร่านน่าจะไม่กล้าปิดจริง เพราะไม่เคยทำมาก่อน แล้วใครจะไปรู้ล่ะคะว่ารอบนี้มันจะต่างออกไป

    หลายคนอาจจะคิดว่ามันจะเป็นแบบเวเนซุเอลาตอนต้นปี ที่สหรัฐเข้าไปจับมาดูโรแล้วก็จบภารกิจค่อนข้างเร็ว สั้นๆ กระชับๆ เข้าไป ทำธุระ แล้วก็ถอน ตลาดแทบไม่กระเพื่อม แต่ใครจะไปรู้ว่าอิหร่านมันไม่ใช่เวเนซุเอลาไง อิหร่านมีกองทัพที่ใหญ่กว่า มี proxy forces กระจายอยู่ทั่วตะวันออกกลาง มี leverage ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เวเนซุเอลาไม่มี ดังนั้นการ assume ว่ามันจะจบเร็วๆ มันก็ไม่ใช่ความคิดที่ผิดในวันแรกหรอกค่ะ มันแค่เป็นความคิดที่กลายเป็นว่าผิดในภายหลัง

    แล้วใครจะไปรู้ว่าสงครามจะลากยาวเป็นเดือน หรือแค่สองสัปดาห์ หรือจะจบพรุ่งนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้เลยนะคะว่ามันจะจบเมื่อไหร่ และที่สำคัญที่สุด ใครเดาใจทรัมป์ออกบ้างคะ ยกมือขึ้นมาให้ดูหน่อย คนที่บอกว่า “ผมเดาออก” น่ะ ขอให้ไปเปิดพอร์ตดูก่อนว่าเดาออกจริงรึเปล่า เพราะถ้าเดาทรัมป์ออกจริง ตอนนี้น่าจะรวยจนไม่ต้องมานั่งด่ารัฐบาลในทวิตเตอร์แล้วค่ะ

    ทรัมป์นี่คือคนที่ตลาดทั้งโลก Wall Street ทั้ง Wall Street CIA ทั้ง CIA ยังอ่านไม่ออกเลยนะ แล้วเราจะมาบอกว่ารัฐบาลไทยควรจะ “อ่านสถานการณ์ให้ออก” ตั้งแต่วันแรกเนี่ย มันก็ไม่แฟร์กับใครทั้งนั้นค่ะ

    ทีนี้มาพูดเรื่องที่สำคัญกว่าค่ะ ก็คือ “ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง” ที่ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ต้องเจอเหมือนกันหมด

    เรื่องแรกเลยที่ต้องพูดให้ชัดคือสถานะของรัฐบาลรักษาการค่ะ ก่อนที่รัฐบาลใหม่จะเข้ามา ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ รัฐบาลรักษาการมีขอบเขตอำนาจที่ถูกจำกัดไว้อย่างชัดเจนตามรัฐธรรมนูญ

    ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 168 (1) กำหนดว่า เมื่อมีการยุบสภาหรือสภาครบวาระ คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งยังคง “อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป” จนกว่า ครม. ชุดใหม่จะเข้ารับหน้าที่ค่ะ แต่การอยู่ปฏิบัติหน้าที่นี้ไม่ใช่การมีอำนาจเต็มเหมือนเดิมนะคะ เพราะมาตรา 169 ได้วางข้อจำกัดที่สำคัญมากเอาไว้

    ข้อจำกัดหลักๆ ตามมาตรา 169 ก็คือ หนึ่ง ห้ามอนุมัติงานหรือโครงการที่มีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดถัดไป เว้นแต่จะเป็นสิ่งที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี สอง ห้ามแต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจาก กกต. ก่อน และยังถูกจำกัดเพิ่มเติมอีกด้วยระเบียบของ กกต. ว่าด้วยการใช้ทรัพยากรของรัฐที่อาจมีผลต่อการเลือกตั้ง ซึ่งแปลว่ารัฐบาลรักษาการจะออกนโยบายอะไรที่มีลักษณะเหมือน “แจกของ” หรือ “ลดภาระ” ให้ประชาชนก่อนเลือกตั้ง ก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจถูกตีความว่าเป็นการหาเสียงโดยใช้ทรัพยากรรัฐค่ะ

    นอกจากตัวบทกฎหมายแล้ว ยังมีหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญทั่วไปที่เรียกว่า “affaires courantes” หรือหลักงานประจำ ซึ่ง อ.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตเลขาธิการ ครม. เคยวางหลักเอาไว้ว่า รัฐบาลรักษาการทำได้เฉพาะ “งานประจำ” เท่านั้น จะทำ “งานนโยบาย” ใหม่ไม่ได้ค่ะ หลักนี้ถูกยืนยันมาตลอดในทุกช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

    ทีนี้มาดูว่าข้อจำกัดพวกนี้กระทบกับเรื่องน้ำมันอย่างไรค่ะ

    เรื่องการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งทุกคนเรียกร้องกันหนักมาก ตรงนี้ต้องเข้าใจว่าภาษีสรรพสามิตดีเซลปัจจุบันอยู่ที่ 7.44 บาทต่อลิตร กลุ่มเบนซินอยู่ที่ 5.85-7.50 บาทต่อลิตร ทุกบาทที่ลดภาษีดีเซลจะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน ถ้ารวมเบนซินด้วยก็กระทบเดือนละ 2,800 ล้านบาทต่อบาทที่ลดค่ะ แล้วถ้าจะลดแบบ 5 บาทต่อลิตรเหมือนรอบรัสเซีย-ยูเครน จะกระทบรายได้รัฐถึง 14,000 ล้านบาทต่อเดือนเลย นี่คือ “ภาระผูกพัน” ชัดเจน ซึ่งอยู่ภายใต้ข้อจำกัดของมาตรา 169 โดยตรง

    จริงอยู่ที่ ครม. รักษาการได้ประชุมนัดพิเศษเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา และมีมติ “เห็นชอบในหลักการ” ให้กระทรวงการคลังพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน แต่สังเกตคำนะคะ “เห็นชอบในหลักการ” ไม่ใช่ “อนุมัติให้ลด” ค่ะ เพราะรัฐบาลรักษาการรู้ดีว่าตัวเองมีข้อจำกัดเรื่องกฎหมาย ดังนั้นจึงต้องสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาไป “หาช่องทางกฎหมาย” ก่อนว่ารัฐบาลรักษาการจะทำได้แค่ไหน ซึ่งข่าวล่าสุดก็ระบุชัดเจนว่า ถ้าจะลดภาษีจริง ก็อาจทำได้เพียงมาตรการระยะสั้นเฉพาะหน้าเท่านั้น เพื่อไม่ให้มีผลผูกพันถึง ครม. ชุดถัดไป

    ส่วนกองทุนน้ำมันนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทำงานภายใต้ พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 โดยมี กบน. (คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง) เป็นผู้บริหาร ซึ่ง กบน. สามารถปรับอัตราเงินชดเชยหรืออัตราเงินส่งเข้ากองทุนได้โดยไม่ต้องผ่าน ครม. โดยตรง ดังนั้นตรงนี้มันเป็นกลไกที่ “ทำได้เลย” โดยไม่ติดข้อจำกัดมาตรา 169 มากนักค่ะ

    ในความเป็นจริง ครม. ก็ยังพอมีช่องขยับมาตรการได้บ้างบางส่วน และทำได้ทันทีหาก กกต. อนุมัติ (แต่มันก็ใช่ first choice อยู่ดี)

    นี่แหละคือเหตุผลที่ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่ทุกคนวิ่งไปหาก็คือกองทุนน้ำมัน เพราะมันเป็นเครื่องมือเดียวที่พร้อมใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสภาหรือออก พ.ร.ก.

    แต่ปัญหาคือ ณ ตอนที่ปรับราคาน้ำมันขึ้น 6 บาทต่อลิตร กองทุนน้ำมันสถานะติดลบรวม 38,000 ล้านบาทแล้ว โดยมีอัตราเงินไหลออกอยู่ที่วันละ 1,700 ล้านบาทค่ะ ไม่ว่าใครเป็นรัฐบาล ตัวเลขพวกนี้มันไม่เปลี่ยนค่ะ กองทุนก็ยังติดลบเท่าเดิม อัตราเงินไหลออกก็ยังเท่าเดิม ต้นทุนน้ำมันตลาดโลกก็ยังเท่าเดิม

    แล้วถ้าถามว่า “งั้นก็กู้เงินมาเติมกองทุนสิ” ก็ต้องย้อนกลับไปดู debt-to-GDP ที่จะชนเพดาน 70% อยู่รอมร่อแล้ว ซึ่งจะพูดถึงในประเด็นถัดไป

    ข้อจำกัดทั้งหมดนี้มันอยู่ที่ “เก้าอี้” ไม่ใช่อยู่ที่ “คนนั่ง” ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนมาเป็นรักษาการ ก็เจอกำแพงกฎหมายเดียวกัน เจอตัวเลขกองทุนชุดเดียวกัน เจอ fiscal space ที่เหลือเท่ากัน และเจอราคาน้ำมันตลาดโลกที่ไม่มีใครควบคุมได้เหมือนกันค่ะ

    เรื่องที่สองที่ต้องพูดถึงคือ debt-to-GDP ของไทยตอนนี้ค่ะ ข้อมูลล่าสุดจากคณะกรรมการนโยบายหนี้สาธารณะบอกว่าหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ประมาณ 66-68% แล้ว ในขณะที่เพดานหนี้สาธารณะตามกฎหมายอยู่ที่ 70% ค่ะ

    คิดดูนะคะ เหลือ fiscal space ให้กู้ได้อีกแค่ไม่ถึง 2% ของ GDP ก่อนจะชนเพดาน

    OECD เองก็เคยเตือนแล้วว่าเพดาน 70% นี่อาจจะใกล้กับ “ขีดจำกัดหนี้” ที่แท้จริงมากเกินไป IMF ก็ออกมาบอกว่าถ้าหนี้สาธารณะเกิน 80% ของ GDP ไป หนี้อาจจะเข้าสู่วิถีที่ระเบิดได้ (explosive debt trajectory) และถ้ารวมภาระผูกพันที่ซ่อนอยู่อีก เพดานหนี้ที่ปลอดภัยจริงๆ อาจอยู่แค่ประมาณ 66% ด้วยซ้ำ ซึ่งเราผ่านจุดนั้นมาแล้วค่ะ ดังนั้น ใครมาเป็นรัฐบาลแล้วจะ “กู้มาอุดหนุนค่าน้ำมัน” ก็ต้องคิดหนักเหมือนกัน ไม่ใช่อยากกู้ก็กู้ได้ง่ายๆ

    เรื่องที่สาม กองทุนน้ำมันค่ะ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเนี่ยมันอยู่ตรงนั้นมาตลอด ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล choice แรกที่ทุกคนวิ่งไปหาก็คือ “เอาเงินกองทุนน้ำมันมาอุดก่อน” ค่ะ มันเป็นเครื่องมือเดียวที่พร้อมใช้งานทันที ไม่ต้องผ่านสภา ไม่ต้องออก พ.ร.ก. แค่ให้ กบน. มีมติก็ใช้ได้เลย ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลฝั่งไหน สิ่งแรกที่ทำก็จะเหมือนกันค่ะ คือดึงกองทุนน้ำมันมาอุดราคาก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องอื่นทีหลัง มันเป็น default response ของระบบราชการไทยไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับว่าใครเป็นนายกฯ

    แล้วพอตรึงราคาปุ๊บ อะไรจะตามมาคะ เปิดตำรา Econ 101 เลยค่ะ ตามมาด้วย hoarding กับ black market แทบจะอัตโนมัติเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาขายปลีกในประเทศถูกตรึงให้ต่ำกว่าราคาตลาดโลกมากๆ จะเกิดสองอย่างขึ้นพร้อมกัน อย่างแรกคือคนที่เข้าถึงน้ำมันราคาถูกจะกักตุนเอาไว้ เพราะรู้ว่าราคาจริงมันแพงกว่านี้ และอย่างที่สองคือจะมีคนแสวงหากำไรจากส่วนต่างราคา เอาน้ำมันที่ซื้อราคาตรึงไปขายต่อในราคาตลาดจริง หรือลักลอบส่งออกข้ามแดน ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นกลไกทางเศรษฐศาสตร์พื้นฐานที่จะเกิดขึ้น “ไม่ว่าใครจะเป็นคนตรึงราคา” ค่ะ จะเป็นรัฐบาลฝ่ายซ้าย ฝ่ายขวา ฝ่ายกลาง หรือรัฐบาลทหาร ตราบใดที่ความคิดแรกคือ “ตรึงราคาไว้ก่อน” มันจะมี hoarding กับ black market ตามมาทุกครั้งค่ะ ซึ่งกลุ่มที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์นั้นอาจจะเป็นกลุ่มเดิมที่เราเห็นในตอนนี้ หรือจะเป็นกลุ่มใหม่หน้าใหม่ก็ได้ แต่ปรากฏการณ์มันจะเกิดเหมือนกันหมดค่ะ

    ทีนี้มาพูดเรื่องที่คนไทยเข้าใจผิดกันเยอะมากเลยนะคะ ก็คือเรื่องโครงสร้างราคาน้ำมันไทย

    ราคาน้ำมันขายปลีกในไทยนั้น ไม่ได้อิงกับราคา Brent ที่เราเห็นพาดหัวข่าวกันทุกวันนะคะ ราคาน้ำมันไทยอิงกับราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ค่ะ (Singapore MOPS) แล้วตลาดสิงคโปร์นั้นอิงกับ Dubai/Oman Crude ไม่ใช่ Brent

    ตรงนี้สำคัญมากค่ะ เพราะรอบนี้ราคา Oman Crude พุ่งขึ้นไปเยอะกว่า Brent มากๆ โดยราคา Oman Crude เคยพุ่งขึ้นไปถึง $166 ต่อบาร์เรลในช่วงพีคๆ ในขณะที่ Brent ขึ้นเยอะก็จริง แต่ยังอยู่แถวๆ $100-120 ดังนั้น ต้นทุนน้ำมันจริงๆ ที่ไทยต้องจ่าย มันแพงกว่าที่ตัวเลข Brent บอกอยู่เยอะมากค่ะ

    สาเหตุที่รอบนี้ Oman/Dubai Crude แพงกว่า Brent มากขนาดนี้ก็เพราะว่ามันเกิด physical supply shock จริงๆ ค่ะ ช่องแคบฮอร์มุซที่ถูก disrupt ทำให้น้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียออกมาไม่ได้ตามปกติ น้ำมัน Dubai grade ที่ซื้อขายในสิงคโปร์เจอ supply squeeze หนักมาก จนนักวิเคราะห์จาก Rystad ถึงกับบอกว่าราคา Dubai ในตลาดสิงคโปร์ตอนนี้แทบจะเป็น “ราคาสมมติ” (fictitious price) ไปแล้ว เพราะ physical delivery มันทำไม่ได้ตามปกติ

    เรื่องนี้ต่างจากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครนอย่างสิ้นเชิงนะคะ ตอนรัสเซีย-ยูเครน น้ำมันรัสเซียถูก sanction ก็จริง แต่มันยังหา alternative route ได้ ยังขายผ่าน India ผ่าน China ได้ ยังมี shadow fleet วิ่งอยู่ physical supply ไม่ได้หายไปจากตลาดจริงๆ แค่ย้ายเส้นทาง

    แต่รอบนี้กับอิหร่าน มันเป็น physical disruption จริงๆ ค่ะ ช่องแคบปิด ของออกไม่ได้ ดังนั้น premium ที่ Oman/Dubai Crude แพงกว่า Brent จึงกว้างกว่ารอบรัสเซีย-ยูเครนเยอะมาก และนี่คือต้นทุนที่ไทยต้องแบกรับโดยตรง ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม

    แล้วถ้าถามว่า “ก็ไม่ต้องอิงราคาตลาดสิคะ กำหนดราคาเองเลย”

    คำตอบคือ ถ้าไม่อิงราคาตลาดสิงคโปร์ มันก็จะเกิด black market อยู่ดีค่ะ เพราะน้ำมันมันเป็นสินค้าที่ซื้อขายกันข้ามพรมแดน ถ้าราคาในประเทศต่ำกว่าราคาตลาดโลกมากเกินไป จะมีแรงจูงใจมหาศาลในการลักลอบส่งน้ำมันออก หรือในทางกลับกัน โรงกลั่นอาจไม่อยากขายในประเทศเพราะได้กำไรน้อยกว่าส่งออก มันเป็นกลไกราคาพื้นฐานค่ะ ไม่มีรัฐบาลไหนในโลกที่เป็นระบบเศรษฐกิจเปิดแล้วจะหนีจากกลไกนี้ได้

    ทีนี้ ถามว่า “แล้ว details ปลีกย่อย มันไม่ต่างกันเลยหรอ ถ้าเปลี่ยนรัฐบาล”

    ก็ต่างได้ค่ะ ยอมรับตรงนี้เลย เช่น อาจจะไม่เอาพ่อค้าน้ำมันมาจัดการในแบบเดียวกัน อาจจะสื่อสารกับประชาชนดีกว่า ชัดเจนกว่า โปร่งใสกว่า อาจจะมีความกระตือรือร้นในการแก้ปัญหามากกว่า อาจจะปรับอัตราเร่งในการขึ้นราคาน้ำมันให้ค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า ไม่ขึ้นทีเดียว 6 บาทแบบช็อกหัวใจคนทั้งประเทศ

    ตรงนี้ใช่ค่ะ details มันต่างกันได้ แต่สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ถ้าเปลี่ยนไปทำแบบอื่น มันก็จะมีปัญหาอื่นมาแทนค่ะ ขึ้นช้ากว่าก็แปลว่ากองทุนน้ำมันเจ๊งเร็วกว่า สื่อสารมากกว่าก็อาจถูกด่าว่าพูดเยอะแต่ไม่ทำอะไร กระตือรือร้นมากกว่าก็อาจถูกมองว่าประชานิยม ซึ่งพูดตรงๆ เลยนะคะ คนไทยเราเก่งเรื่องหาเหตุผลมาด่าได้ทุกกรณี ไม่ว่าจะทำดีแค่ไหน ก็จะมีมุมให้ด่าได้เสมอค่ะ

    แต่สุดท้าย main issue มันจะคล้ายกันหมดค่ะ เพราะตราบใดที่ความคิดแรกของทุกรัฐบาลไทยคือ “ตรึงราคาน้ำมันไว้ก่อน” ผลลัพธ์ที่ตามมาก็จะเหมือนกัน กองทุนน้ำมันติดลบ, ต้องกู้มาเติม, fiscal space หดตัว, hoarding เกิดขึ้น และ black market ตามมา

    ราคาปลีกถูกบิดเบือนจากราคาตลาดจริง ส่วนต่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ แล้วสุดท้ายก็ต้อง “ปล่อยให้ขึ้น” อยู่ดี แค่จะขึ้นแบบค่อยๆ ขึ้น หรือขึ้นแบบช็อกทีเดียว ก็เท่านั้นเองค่ะ ปลายทางเหมือนกัน

    ดังนั้นก่อนจะด่ารัฐบาล (ซึ่งด่าได้ค่ะ เป็นสิทธิของทุกคน) ลองถามตัวเองก่อนว่า “ถ้าเราเป็นรัฐบาลเอง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ เราจะตัดสินใจต่างไปจากนี้อย่างไร” ลองคิดให้จริงจังนะคะ ไม่ใช่คิดแบบมี hindsight ว่ารู้อยู่แล้วว่าอิหร่านจะปิดช่องแคบ รู้อยู่แล้วว่าสงครามจะลากยาว รู้อยู่แล้วว่าทรัมป์จะไม่ยอมหยุด

    ลองคิดในมุมที่ “ยังไม่รู้อะไรเลย” สิคะ แล้วจะเห็นว่า option ที่มีให้เลือกมันจำกัดมากค่ะ

    เอาจริงๆ สิ่งที่เราควรถกเถียงกันมันไม่ใช่เรื่อง “ใครมาเป็นรัฐบาลแล้วจะดีกว่า” หรอกค่ะ แต่มันคือ “ทำยังไงให้ประเทศไทยลดการพึ่งพาน้ำมัน Middle East ลง” และ “ทำยังไงให้โครงสร้างราคาพลังงานของไทยทนทานต่อ external shock แบบนี้ได้ดีกว่านี้” นั่นต่างหากคือคำถามที่ถูกต้อง แต่มันไม่ catchy เท่าการด่ารัฐบาลน่ะสิคะ จริงไหมคะ

    แล้วถ้าจะถามต่อว่า “แล้วทางออกระยะยาวคืออะไรล่ะ”

    คำตอบมันชัดเจนมาตลอดค่ะ คือประเทศไทยควรจะปรับโครงสร้างด้านความมั่นคงทางพลังงานตั้งนานแล้ว ไม่ใช่มานั่งทำตอนวิกฤตมาถึงหน้าประตูบ้านแบบนี้

    ลองย้อนกลับไปดูสิคะ เหตุการณ์ oil shock ครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้คือสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 ตอนนั้นน้ำมันก็พุ่ง ต้นทุนพลังงานก็แพง กองทุนน้ำมันก็ติดลบหนัก ค่าครองชีพคนไทยก็พุ่งกระฉูด ตอนนั้นทุกคนก็ตื่นตัวกันเหมือนกัน ก็พูดกันเหมือนกันว่า “ไทยต้องลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า” “ต้องเร่งพลังงานทดแทน” “ต้อง diversify แหล่งซัพพลาย” “ต้องมี strategic petroleum reserve ที่ใหญ่พอ” พูดกันเต็มปากเต็มคำเลยค่ะ

    แล้วทำอะไรบ้าง… ก็ไม่ได้ทำอะไรที่เปลี่ยนโครงสร้างจริงจังสักอย่าง พอน้ำมันกลับมาลง ทุกอย่างก็เงียบหายไป กลับไปใช้ชีวิตปกติ กลับไปพึ่งพา Middle East crude เหมือนเดิม กลับไปอิงราคาสิงคโปร์เหมือนเดิม กลับไปใช้กองทุนน้ำมันเป็นยาแก้ปวดชั่วคราวเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนค่ะ ไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย

    แล้วตอนนั้นใครเป็นรัฐบาลคะ ก็ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้นี่คะ เห็นไหมคะว่ามันวนกลับมาที่เดิม ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่า “ใคร” เป็นรัฐบาล แต่มันอยู่ที่ว่า “ทุกรัฐบาล” ไม่เคยเอาจริงเอาจังกับการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานเลย เพราะมันไม่ได้คะแนนเสียงค่ะ มันไม่ sexy ไม่มีใครไปลงพื้นที่แล้วพูดว่า “ผมจะสร้าง strategic petroleum reserve ให้ประเทศ” แล้วได้เสียงโห่ชื่นชมหรอก (ไทยมีน้ำมันในระบบพอใช้ได้ราว 106 วัน แต่ส่วนสำคัญเป็นสต็อกภาคเอกชนภายใต้ข้อบังคับของรัฐ ไม่ใช่ strategic petroleum reserve ของรัฐแบบแท้ๆ)

    มันไม่เหมือนแจกเงินดิจิทัล ไม่เหมือนลดค่าไฟ ไม่เหมือนนโยบายที่จับต้องได้ทันที การปฏิรูปโครงสร้างพลังงานมันเป็นเรื่องระยะยาว ใช้เงินเยอะ ใช้เวลานาน ผลลัพธ์ไม่เห็นทันรอบเลือกตั้ง ดังนั้นไม่มีนักการเมืองคนไหนอยากทำค่ะ ง่ายๆ แค่นั้นเอง

    เราเจอ oil shock จากรัสเซีย-ยูเครน ก็ไม่ปรับตัว พอมาเจอ oil shock จากสหรัฐ-อิหร่านที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า (เพราะ Oman Crude ที่เป็น benchmark จริงของเรานั้นแพงกว่ารอบรัสเซีย-ยูเครนเยอะมาก เนื่องจากรอบนี้เป็น physical supply disruption จริงๆ ไม่ใช่แค่ sanction ที่ยังหา workaround ได้) ก็มานั่งตกใจ มานั่งโวยวายกันอีกรอบ แล้วพอวิกฤตผ่านไป ก็จะลืมอีกเหมือนเดิม แล้วก็จะมาตกใจกันอีกรอบในวิกฤตถัดไป วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ค่ะ

    สุดท้ายแล้ว ประเทศไทยเราคือนิยามที่สมบูรณ์แบบที่สุดของคำว่า “วัวหายแล้วล้อมคอก” แต่จริงๆ มันยังไม่ถูกเลยด้วยซ้ำค่ะ เพราะ “วัวหายแล้วล้อมคอก” นี่อย่างน้อยก็ยังล้อมนะ

    แต่ของไทยมันคือ วัวหาย… แล้วก็ไม่ได้ล้อมค่ะ แค่ยืนด่าว่า “ใครเปิดคอกให้วัวออก” ด่าเสร็จก็กลับบ้านไปนอน พอวัวตัวใหม่หาย ก็ออกมาด่าอีกรอบ วนแบบนี้ไปเรื่อยๆ ไม่มีใครเอาจริงเอาจังกับการล้อมคอกสักที เพราะ “ล้อมคอก” มันไม่ได้เสียงเชียร์ค่ะ มันไม่เท่ากับการออกมาชี้หน้าด่าว่า “ใครทำวัวหาย”

    ก็หวังว่ารอบนี้เราจะเรียนรู้อะไรบ้างนะคะ แต่ถ้าถามว่ามีความหวังไหม… ก็พูดตามตรงว่าไม่ค่อยมีค่ะ

    ปล. คนกลางหน้าตาคุ้นๆ อยู่นะ

    #น้ำมันแพง #วิกฤตพลังงาน #เศรษฐกิจไทย #OmanCrude #StraitOfHormuz #วัวหายล้อมคอก
    https://www.facebook.com/share/1CDpe5uUUe/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    มีนาคมทัวร์ตะวันออกกลางเข้าไทยเหลือแค่กว่า 12,000 คน วืดแรงกว่า 33% หนึ่งเดียวตลาดเอเชียแปซิฟิกยังเข้าไทย ต่างชาติเข้าไทยไม่ถึง 3 ล้านคนรับสงครามอิหร่านเดือนแรก BTimes

    Apr 4, 2026 ยังมาเที่ยว! ตลาดต่างชาติเข้าไทยยังเพิ่มเล็กน้อยรับสงครามอิหร่านเดือนแรก หนึ่งเดียวตลาดเอเชียแปซิฟิกเข้าไทยเพิ่มขึ้น ทัวร์ตะวันออกกลางเหลือแค่กว่า 12,000 คน วืดแรงกว่า 33%

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2026 มีจำนวนทั้งสิ้น 2.78 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.01% ในขณะเดียวกันสร้างรายได้ 131,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.01%% % ทั้งหมดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2025

    สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนมีนาคมนั้นพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากเอเชียแปซิฟิกเป็นเพียงตลาดเดียวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นที่ 1,785,056 คน เพิ่มขึ้น +5.98% ซึ่ง นักท่องเที่ยวจากตลาดนี้คิดเป็นสัดส่วนมากที่สุดถึง 64% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

    อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคอื่นๆ โดยเฉพาะที่อยู่ในกลุ่มของตลาดเดินทางระยะไกลล้วนมีตัวเลขลดลงทุกตลาด เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคมในปี 2025 ดังนี้ ตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง เดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวนเหลือเพียง 12,485 คน ดำดิ่งมากที่สุดถึง -33.26% โดยมีสัดส่วนที่ 0.45% ของตลาดท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

    ตลาดภูมิภาคแอฟริกา เดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวนเหลือเพียง 10,221 คน ลดลง -6.31% โดยมีสัดส่วนที่ 0.37% ของตลาดท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ตลาดภูมิภาคยุโรปเดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวนเหลือเพียง 819,016 คน ลดลงถึง -4.20% อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจากยุโรปมีสัดส่วนมากถึง 29.51% ของตลาดท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเป็นตลาดสำคัญและมีขนาดมากที่สุดของทุกตลาดจากทั่วโลก และสุดท้ายเป็นตลาดภูมิภาคอเมริกาเดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวนเหลือเพียง 148,421 คน ลดลง -2.05% โดยมีสัดส่วนที่ 5.35% ของตลาดท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด

    เมื่อพิจารณานักท่องเที่ยวจากแต่ละประเทศที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนมีนาคม พบว่า อันดับ 1.นักท่องเที่ยวชาวจีน 410,624 คน เพิ่มขึ้น 38.02% ทำรายได้ 23,905 ล้านบาท อันดับ 2.นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 342,188 คน เพิ่มขึ้น 17.01% ทำรายได้ 7,257 ล้านบาท อันดับ 3.นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย 208,484 คน เพิ่มขึ้น 10.91% ทำรายได้ 7,615 ล้านบาท

    ในขณะที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวนที่ 221,202 คน ลดลง 6.14% ทำรายได้ 13,067 ล้านบาท สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวชาวเยอรมนีเดินทางเข้าประเทศไทยมีจำนวนที่ 110,858 คน ลดลง 2.99% ทำรายได้ 6,725 ล้านบาท เนื่องจากถานการณ์ความขัดแย้ง และการโจมตีระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องต่อเครื่องบินที่ประเทศแถวตะวันออกกลาง
    #ท่องเที่ยว #ตะวันออกกลาง #ไทย #มีนาคม #BTimes

    https://www.facebook.com/share/1bNrvuFGYT/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ผลกระทบรัวๆ โรงงานเหล็กประกาศขึ้นราคาทุกประเภทลอตแรก 10-15% เดือนนี้ หลังโดนวิกฤติ 4 เด้งซ้อน แจงอาจมีรอบสองอีก รอประเมินเดือนพ.ค.อีกที...
    .
    อ่านเพิ่มเติมในคอมเมนต์
    .อ่วม! เหล็กประกาศขึ้นราคาทุกประเภท 10-15% จ่อรอบสองอีก... สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/5749594/
    https://www.facebook.com/share/1H1qXK1Cxk/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เหตุกัมพูชาอ้าง “37 จังหวัดของไทยเคยเป็นของเขา” โดยยกชื่อจังหวัดเป็นหลัก ???
    -------------
    นักเขียนชาวกัมพูชา ตีพิมพ์บทความระบุว่า

    มีถึง 20-30 จังหวัดของไทยที่มีชื่อรากศัพท์จากภาษาเขมร

    นี้จึงเป็น “หลักฐานสำคัญ” ว่าพื้นที่เคยอยู่ในอิทธิพลของจักรวรรดิเขมร

    กัมพูชาเพิ่งเผยแพร่มุมมองทางประวัติศาสตร์อีกครั้ง

    โดยอ้างว่า ชื่อจังหวัดหลายแห่งในไทยมีรากศัพท์จากภาษาเขมร

    เช่น นครราชสีมา จาก “นคร”
    บุรีรัมย์ จาก “บูรี”
    ฉะเชิงเทรา, จันทบุรี ฯลฯ

    จึงถือเป็นหลักฐานว่าพื้นที่เหล่านั้นเคยอยู่ในความปกครองหรืออิทธิพลของจักรวรรดิเขมร
    -------------------
    ผู้เขียนชาวกัมพูชา ยืนยันว่าในยุคที่อังกอร์รุ่งเรือง (พ.ศ. 1350–1930) พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคกลางและอีสานของไทยปัจจุบัน อยู่ภายใต้การปกครองหรืออิทธิพลทางวัฒนธรรมของเขมร

    หลักฐานที่คงอยู่เป็น “มรดกทางภาษา”ที่เห็นจนวันนี้
    -----------------
    อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของคนไทย

    การอ้างแบบนี้ดูค่อนข้างตลกและงงงวย

    เพราะชื่อสถานที่ในประเทศไทยมีความหลากหลายตามภาษาถิ่นและกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่มานานหลายศตวรรษ

    - ชื่อที่มาจากภาษาเขมร มีจริงในบางพื้นที่
    - แต่ก็มีชื่อที่มาจากภาษา
    - มลายู (เช่น ปัตตานี, ยะลา, สงขลา,ภูเก็ต,พัทลุง)
    - คำเมือง / ล้านนา (เช่น เชียงใหม่, เชียงราย, ลำปาง)
    - ล้านช้าง (เช่น หนองคาย, บึงกาฬ, ยโสธร,เลย,โคราช)
    - **พม่า / มอญ** (ตาก, กาญจนบุรีบางส่วน)
    - และชื่อที่เป็น **ไทยแท้** อีกจำนวนมาก
    --------------------------------
    การเลือกยกเพียงชื่อที่มีรากเขมร แล้วสรุปว่านั่นคือ “หลักฐานว่าเคยเป็นของกัมพูชา” จึงเป็นการมองแบบเลือกข้างและแคบเกินไป
    ---------------------
    และหากยึดตามนี้จริงๆ เมืองในกัมพูชาที่ขึ้นต้นด้วย"กำปง"คงต้องเป็นพื้นที่ของ อินโดนิเซีย,มาเลเซีย เพราะเป็นคำมลายู

    หากนำหลักการแบบนี้ไปใช้กับทุกประเทศ โลกคงวุ่นวายไม่น้อย

    เพราะแทบทุกชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
    ไม่สิในโลก
    ล้วนมีรากฐานทางภาษาและวัฒนธรรมที่ปะปนกันมานานหลายศตวรรษ
    เช่น ชื่อประเทศ ออสเตรีย ก็เป็นคำเยอรมัน
    ชื่อสถานที่จึงควรถูกมองว่าเป็น “มรดกแห่งการแลกเปลี่ยน” มากกว่า “หลักฐานการครอบครอง”
    -------------------------
    ประวัติศาสตร์ที่ดีควรเป็นสะพานเชื่อม ไม่ใช่กำแพงกั้นระหว่างกัน

    24 มีนาคม 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    **ที่มาข่าว**
    รวบรวมและเรียบเรียงจากบทความของ Tesh Chanthorn (นักเขียนชาวกัมพูชา), The Bangkok Post, Matichon และงานวิจัยทางภาษาศาสตร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เม.ย. 2569)

    #คัดข่าว #ชื่อจังหวัดไทย #เขมร #ประวัติศาสตร์ #กัมพูชา #Geopolitics

    ............................................

    เพิ่มเติม
    2 คำที่นักเขียนกัมพูชาอ้างว่าเป็นคำเขมรนั้น
    "บุรี"มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีและสันสกฤต "ปุระ"" (Pura) หรือ "ปุรี"" (Purī) ชื่อเดิมสิงคโปร์คือ สิงหปุระ - เมืองราชสีห์

    "นคร"มีรากศัพท์มาจากภาษาบาลีและสันสกฤตเช่นกัน มาจาก นครา ในเสียงแบบมลายู เนการา เช่นในมาเลเซียใช้คำว่า Negara (เนการา)หมายถึงประเทศ รัฐ เช่น ธนาคารชาติ bank negara ส่วนอินโดนิเซียเรียกเมืองหลวงใหม่ ว่า Negara
    FB_IMG_1775270497947.jpg FB_IMG_1775270500193.jpg FB_IMG_1775270502081.jpg FB_IMG_1775270504016.jpg
    https://www.facebook.com/share/19dedmLY8B/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จีนสร้าง “ลิฟต์ยกเรือ” มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ — ยกเรือทั้งลำขึ้นเขื่อนสูง 200 เมตรในแค่ 20 นาที

    จีนเพิ่งสร้างสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมที่ถูกเรียกว่า

    “หนึ่งในสิ่งที่บ้าที่สุดในยุคนี้”

    นั้นคือลิฟต์เรือยักษ์ที่สามารถยกเรือทั้งลำ บรรทุกสินค้า และน้ำหนักรวมกว่า 1,500 ตัน ขึ้นเขื่อนสูง 200 เมตรได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที

    เมื่อจีนสร้างเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำขนาดใหญ่หลายแห่งเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

    พวกเขากลับเผชิญปัญหาใหม่ทันที

    — เขื่อนกลายเป็น “กำแพง” ขวางกั้นเส้นทางการค้าทางน้ำภายในประเทศ

    ระบบล็อกเรือแบบดั้งเดิมใช้เวลานานเกินไปและรองรับเรือขนาดใหญ่ไม่ไหว

    แทนที่จะยอมรับข้อจำกัด จีนเลือกสร้างสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง

    สร้างลิฟท์น้ำยกเรือ

    เรือจะเข้าสู่ห้อง chamber ขนาดมหึมาที่เต็มไปด้วยน้ำ
    เมื่อประตูปิดสนิท ห้อง chamber ทั้งห้อง — รวมเรือ สินค้า และน้ำ — จะถูกยกขึ้นด้วยระบบไฮดรอลิกส์อย่างนุ่มนวล

    ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในเวลาเพียง **20 นาที**

    สิ่งที่เคยใช้เวลาหลายชั่วโมง กลายเป็นเรื่องเร็วเหมือนพักเบรก

    โครงการนี้มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการค้าทางน้ำที่ถูกเขื่อนกั้น โดยเฉพาะในแม่น้ำแยงซีและสาขาต่าง ๆ

    จีนไม่ได้ยอมให้ “ข้อจำกัดทางกายภาพ” มาหยุดยั้งการพัฒนา
    การสร้างลิฟต์เรือยักษ์ครั้งนี้คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการไม่ยอมรับความเป็นไปไม่ได้

    และยังส่งสัญญาณว่า จีนพร้อมลงทุนมหาศาลเพื่อให้เส้นทางการค้าของตัวเองไหลลื่น ไม่ว่าจะเจออุปสรรคขนาดไหนก็ตาม

    4 เมษายน 2569 : คัดข่าว/หาดใหญ่

    **ที่มาข่าว**
    รวบรวมและเรียบเรียงจาก Military Files, Reuters, Bloomberg และรายงานวิศวกรรมจีน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 เม.ย. 2569)
    FB_IMG_1775270695389.jpg FB_IMG_1775270697272.jpg FB_IMG_1775270699499.jpg
    #คัดข่าว #ลิฟต์เรือ #จีน #เขื่อน #วิศวกรรม #Geopolitics

    https://www.facebook.com/share/p/18CQpnipdV/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    น้ำมันพุ่ง 91% คือ สัญญาณวิกฤต?
    ทุกครั้งที่เกิด…โลก “พัง” ทุกครั้ง!**

    น้ำมันกำลัง “ส่งสัญญาณบางอย่าง” ที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันสังเกต…

    แต่ถ้าใครเข้าใจ…มันคือสัญญาณเตือนระดับโลก

    ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นมาอยู่แถว $111 ต่อบาร์เรล
    และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ

    **Rate of Change (ROC) 12 เดือน พุ่งทะลุ 91%**

    นี่ไม่ใช่แค่ “ราคาขึ้น”
    แต่มันคือ “ขึ้นเร็วผิดปกติ” แบบที่เกิดขึ้นไม่กี่ครั้งในประวัติศาสตร์

    และทุกครั้ง…มีบางอย่าง “พัง”

    * ปี 1987 → ตลาดหุ้น Black Monday ดิ่งหนัก
    * ปี 1990 → วิกฤตสงครามอ่าว + เศรษฐกิจถดถอย
    * ปี 2000 → ฟองสบู่ Dot-com แตก
    * ปี 2008 → วิกฤตการเงินโลก
    * ปี 2022 → ตลาดหุ้นเข้าสู่ Bear Market

    คำถามคือ…

    **รอบนี้จะต่างไหม?**

    ---

    ### แล้ว ROC 12 เดือน คืออะไร?

    มันคือการวัดว่า
    “ราคาวันนี้ เทียบกับ 1 ปีที่แล้ว เพิ่มขึ้นกี่ %”

    พูดง่ายๆ คือ
    ไม่ใช่ดูว่าขึ้น…แต่ดูว่า “ขึ้นแรงแค่ไหน”

    และถ้ามันพุ่งระดับ 90%+
    แปลว่า “มี shock บางอย่างในระบบ”

    ---

    ### แล้วอะไรทำให้น้ำมันพุ่งแรงขนาดนี้?

    คำตอบคือ “ภูมิรัฐศาสตร์”

    สถานการณ์ปี 2026 ตอนนี้คือ
    ความตึงเครียดระหว่าง
    สหรัฐฯ – อิสราเอล – อิหร่าน

    โดยเฉพาะ “ช่องแคบฮอร์มุซ”

    ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันกว่า **20% ของโลก**

    เมื่อเส้นทางนี้ถูกรบกวน
    Supply น้ำมันหายไปทันทีเป็น “ล้านบาร์เรลต่อวัน”

    ผลคือ…

    * ราคาน้ำมันพุ่ง +50% ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน
    * ตลาดเริ่ม panic
    * เงินเฟ้อมีแนวโน้มกลับมา

    ---

    ### ทำไมน้ำมันแพง ถึงอันตรายกว่าที่คิด?

    เพราะน้ำมัน = ต้นทุนของทั้งโลก

    * ค่าขนส่ง
    * ค่าไฟ
    * ต้นทุนโรงงาน
    * ต้นทุนอาหาร

    เมื่อราคาน้ำมันขึ้นเร็ว

    สิ่งที่ตามมาคือ

    1. เงินเฟ้อพุ่ง
    2. ธนาคารกลาง “ลดดอกเบี้ยไม่ได้”
    3. เศรษฐกิจเริ่มชะลอ
    4. กำไรบริษัทลด
    5. ตลาดหุ้นเริ่มปรับฐาน

    นี่คือเหตุผลที่น้ำมันมักเป็น
    **“สัญญาณนำของวิกฤต”**

    ---

    ### แล้วรอบนี้…ต่างจากอดีตไหม?

    มี “บางอย่างต่าง”

    * สหรัฐฯ กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ (Shale Oil)
    * ตลาดมี Tech และ AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

    แต่มี “บางอย่างที่เหมือนเดิม”

    * โลกยังพึ่งพาพลังงานฟอสซิล
    * ยุโรปและญี่ปุ่นยังนำเข้าน้ำมันหนัก
    * และที่สำคัญ…หนี้โลกอยู่ในระดับสูงมาก

    ถ้าน้ำมันยืนเหนือ $100-$120 นานๆ

    สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ

    * เงินเฟ้อ “ฝังลึก”
    * ดอกเบี้ยสูงนาน
    * เศรษฐกิจโลกชะลอ
    * และตลาดหุ้นมีโอกาสเข้าสู่ Bear Market อีกครั้ง

    ---

    ### สรุป

    สัญญาณนี้…ไม่ใช่เรื่องเล็ก

    เพราะในอดีต
    ทุกครั้งที่น้ำมัน “พุ่งแรงระดับนี้”

    โลกไม่เคย “เดินผ่านไปเฉยๆ”

    มันจะมีอะไรบางอย่าง “แตก”

    คำถามคือ…

    **ครั้งนี้…จะเป็นอะไร?**

    * ตลาดหุ้น?
    * เศรษฐกิจโลก?
    * หรือระบบการเงินบางส่วน?

    สิ่งเดียวที่แน่นอนคือ

    **นี่คือ Warning Shot ที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม**

    https://www.facebook.com/share/18afKrHoPV/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ชิง 1 ชีวิต⚠️⚠️
    ล่าสุด อเมริกาช่วยนักบินได้แล้ว 2! เหลืออีก 1 กระเสือกกระสนอยู่บนแผ่นดินอิหร่าน! อีก 1 กุญแจชี้ชะตาเปลี่ยนหน้าศึก‼️‼️‼️ภารกิจชิงตัวจากเงื้อมกรงเล็บสิงห์เปอร์เซียถึงถิ่น! รอดไม่รอด รอดไม่รอด รอดไม่รอด

    ถ้ำตนเอง อิหร่านสกัดกั้นสุดขีด ระดมทุกกำลัง! ไม่ต้องระบบป้องกันทางอากาศอะไรเลิศล้ำหรอก ตำรวจนี่แหละ!!! บึ่งรถไปตั้งป้อม กลางดินกลางทราย กลางทุ่งเวิ้งว้าง ดักเฮลิคอปเตอร์อเมริกา แล้วก็ชักออกมายิงโป้งป้าง! โป้งป้าง! โป้งป้าง!
    คิดจะมาชิงตัวบนแผ่นดินข้า อย่าหวัง!

    สรุปสถานการณ์ล่าสุด
    เครื่องบินรบอเมริกาถูกทัพอิหร่านสอยร่วง 2 ลำ
    F-15Eตกที่อิหร่าน
    มีนักบิน 2 คน
    ช่วยได้แล้ว 1✔️
    อีก 1 กำลังเสาะหา⁉️
    A-10 Warthogตกที่คูเวต
    มีนักบิน 1 คน
    ช่วยได้แล้ว✔️
    (นี่ไม่ยาก เพราะตกในคูเวต ก็มิใช่แดนศัตรู)
    เฮลิคอปเตอร์ Blackhawk ที่พยายามเข้าไปเสาะหา ถูกยิง ทว่าเอาตัวรอดออกมาจากน่านฟ้าอิหร่านได้

    สรุปในสรุป
    ‼️‼️ยังมี 1 ชีวิตทหารอเมริกา ในดงศัตรู ไม่รู้สถานะ ร้ายหรือดี
    อิหร่านล่า! อเมริกาหา! เจ้าตัวก็หลบก็หนีก็ซ่อน วิ่งจับสัญญาณอเมริกา
    ใครชิงตัวได้ก่อนกัน!!!!!!!!!

    ทั้งนี้ ทรัมป์ "ยอมรับ" เครื่องบินรบอเมริกาถูกสอยตก
    แต่ต้องย้ำเลยว่า ไม่มีรายละเอียด "ทางการ" จากฝั่งอเมริกา ไม่มีทั้งนั้น
    เป็น "สื่อ" ล้วนๆ
    สื่อหลักอ้างแหล่งข่าววงในของทางการ
    ซึ่งก็ต้องติดตามกันอีกที ไม่อาจยืนยืนได้เต็มร้อย

    หน้าศึก ยังดำเนินต่อไป อิหร่านโจมตีเพื่อนบ้าน ไฟฟ้า พลังงาน ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซ
    อเมริกาและอิสราเอลก็โจมตีใส่ดินแดนอิหร่าน หลากหลาย
    การเจรจาก็ดำเนินต่อไป ทรัมป์กล่าวยังงั้น แจงว่าที่อิหร่านยิงเครื่องบินรบตกไม่กระทบการเจรจา มันคือช่วงสงคราม คือการรบ เข้าใจดี

    ขณะที่ทุกอย่างดำเนินไปตามวิถีของมัน ภารกิจชิงตัวสุดเข้มข้นของทั้งสองฝ่ายก็ควบคู่กันไป
    ห้ำหั่นสุดฤทธิ์สุดเดช สุดแรงล่า สุดแรงหา
    และสุดแรงดิ้นรนของเจ้าตัว
    กลับทัพ หรือ ถูกจับเป็นเชลย
    1 ชีวิต ตัดสิน!
    ระทึกทุกวินาที!

    https://www.facebook.com/1000594715...bEtQYTKUUugkqzQeTsX5duc4WyJl/?mibextid=NOb6eG
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    “น้ำมัน” ที่ชาวบ้านไม่มันด้วย : ถีงเวลาปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่บิดเบี้ยวให้ถูกต้อง
    .
    | คอลัมน์ | “น้ำมันแพง”… ประโยคสั้นๆ ที่กลายเป็นคำอุทานติดปากของคนไทยทุกสาขาอาชีพในรอบหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่พี่วินมอเตอร์ไซค์ที่ต้องวิ่งรอบเพิ่มขึ้นเพียงเพื่อให้พอค่ากับข้าวเย็น รถบรรทุกขนส่งสินค้าที่ต้องแบกภาระต้นทุนจนต้องขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ชาวประมงที่ต้องแบกภาระต้นทุนที่ไม่สามารถส่งต่อไปยังราคาปลาที่จับได้ ไปจนถึงมนุษย์เงินเดือนที่ต้องคำนวณค่าเดินทางอย่างละเอียดยิบในทุกเช้า
    .
    แต่ท่ามกลางเสียงบ่นระงมด้วยความทุกข์ยากของชาวบ้าน กลับมีตัวเลขชุดหนึ่งที่สวนทางอย่างน่าตกใจ นั่นคือ “กำไรสุทธิมหาศาล” ของเหล่าโรงกลั่นน้ำมันและยักษ์ใหญ่พลังงาน ที่ประกาศออกมาในแต่ละไตรมาส
    .
    ภาพที่ปรากฏต่อสายตาประชาชนจึงกลายเป็นความลักลั่นที่น่าเศร้า เมื่อหยาดเหงื่อและเงินในกระเป๋าของชาวบ้านที่จ่ายไปที่หัวจ่ายปั๊มน้ำมัน ดูเหมือนจะไหลไปสุมรวมกันเป็นกำไรส่วนเกินของกลุ่มทุนเพียงไม่กี่กลุ่ม
    .
    ชาวบ้านเริ่มตั้งคำถามด้วยความสงสัยที่ปนไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจว่า

    ▪️ ทำไมน้ำมันที่ขุดได้ในไทย หรือกลั่นในโรงกลั่นไทย ถึงต้องตั้งราคาเหมือนเรานำเข้ามาจากสิงคโปร์?

    ▪️ ทำไมเวลาตลาดโลกขึ้น ราคาหน้าปั๊มขึ้นทันที แต่เวลาตลาดโลกลง กลับต้องรอระบายสต็อก?

    ▪️ และที่สำคัญ… ใครคือผู้อนุมัติให้โครงสร้างราคาที่ “บิดเบี้ยว” นี้ดำรงอยู่มาได้นานหลายสิบปี?
    .
    บทความนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อโจมตีภาคธุรกิจอย่างไร้เหตุผล แต่เขียนขึ้นเพื่อกระชากหน้ากากของ “โครงสร้างราคาพลังงาน” ที่ซับซ้อนเกินกว่าชาวบ้านจะเข้าใจ เพื่อให้เห็นว่าภายใต้สูตรคำนวณที่ดูเป็นวิชาการนั้น มีความไม่เป็นธรรมแฝงอยู่ทุกอณู และถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะต้อง “ทวงคืนความยุติธรรม” ให้กับราคาพลังงานของชาติเสียที
    .
    อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ที่ [คอมเมนต์]
    บทความโดย: วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์
    .
    “น้ำมัน” ที่ชาวบ้านไม่มันด้วย : ถีงเวลาปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่บิดเบี้ยวให้ถูกต้อง

    คลิก https://thaipublica.org/2026/04/wic...time-to-fix-distorted-energy-price-structure/

    #น้ำมันแพง #วิกฤติน้ำมัน #กลุ่มทุนพลังงาน #วิกฤติค่าครองชีพ #ไทยพับลิก้า #Thaipublica
    https://www.facebook.com/share/1HsbUmd7gH/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วนมาก
    อิหร่านยิงเครื่องบินรบ f15eของสหรัฐตกจับนักบินได้
    กำหนดโทษประหาร ในอีก 10 วันข้างหน้า ที่บริเวณมัสยิดอิมามมะดี ซึ่งได้ติดธงแดงในการล้างแค้นไว้แล้ว
    ตาตั้มถูกคนกดดันจากทั่วสารทิศ ให้เอานักบินคืน
    แว่วๆอิหร่านได้กำหนดไว้ 2 มาตรการถ้าจะเอานักบินคืนคือ
    1 รัฐบาลสหรัฐจะต้องขอโทษ ชาวอิหร่าน ที่ฆ่าเด็กนักเรียน 168 คน และต้องใช้ค่าเสียหายครอบครัวละ 50,000 เหรียญสหรัฐ และทำฎีกา ขออภัยโทษให้นักบินไปยังผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
    2 ครอบครัวนายทหารสหรัฐ อย่างน้อย 50,000 ครอบครัว ต้องทำพิธีที่หน้าทำเนียบขาว ขอโทษอิหร่าน ที่สังหารเด็กนักเรียน 168 คน และเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐจ่ายค่าเสียหายครอบครัวละ 50,000 เหรียญ และตั้งผู้แทนดำเนินคดีอาญากับโดนัลด์ทรัมป์ ฐานเป็นอาชญากรสังหารเด็ก168คน และทำฎีกา ถึงผู้นำสูงสุดอิหร่านขออภัยโทษ ให้แก่นักบินด้วย

    งานนี้ตาตั้มจุกเจ็กอั้ก นี่ขนาดนักบินถูกจับเพียงคนเดียว ถ้าเปิดฉากรบภาคพื้นดินและถูกจับหรือตายเป็นพันตาตั้มจะอยู่ยังไง
    https://www.facebook.com/share/14ZVNnh1Py9/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    227,338
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จัดไป! ทรัมป์ ขอ #งบทหาร เพิ่ม 16ล้านล้านบาท (+50%) และไปลดงบอย่างอื่นที่เหลือทั้งหมด 10%!!!!! นโยบาย WAR FIRST โฟกัสถูกจุด!


    https://www.facebook.com/share/1CZZdhkFh2/
     

แชร์หน้านี้

Loading...