พระสังกัจจายน์หลวงพ่อพร้า

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย Jumbo A, 17 สิงหาคม 2022.

  1. Karoonsur

    Karoonsur เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กรกฎาคม 2018
    โพสต์:
    422
    ค่าพลัง:
    +267
    จองครับ
     
  2. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,171
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1772980425633.jpg

    (ท่านเคยเสกใบไม้แห้ง มีคนไปทดลองยิ..lไม่ดังมาแล้ว)

    เหรียญพระครูสิงหวิชัย ที่ระลึกสร้างอุโบสถ
    วัดฟ้าฮ่าม ปี ๒๕๓๗
    อ.เมืองจ.เชียงใหม่

    ครูบาสิงห์เทวดา (หลวงปู่ครูบาสิงหวิชัย )วัดฟ้าฮ่าม
    ท่านครูบาเป็นศิษย์ในครูบาเจ้ากันธา วัดเชตุพล สืบสายธรรมทายาทครูบาหลวงวัดฝายหินเมื่อครั้งหลวงพ่อจาดวัดบางกระเบาลงมาร่วมพิธีปลุกเสกพระที่วัดพระสิงห์ท่านยังได้ถ่ายทอดวิชาคาถามหาอุดให้แก่ครูบาสิงห์อีกด้วย เมื่อหลายสิบปีก่อนเมื่อมีงานพุทธาภิเษกในเชียงใหม่ ลำพูนต้องมีชื่อท่านร่วมนั่งปรกปลุกเสกด้วยแทบทุกงานเพราะท่านเป็นพระมหาเถระที่สูงด้วยพรรษายุกาลและอุดมด้วยสรรพวิชาต่างๆอย่างชนิดที่ว่าเอกอุเลยทีเดียว (ท่านเคยเสกใบไม้แห้ง มีคนไปทดลองยิงไม่ดังมาแล้ว)

    ท่านพระครูสิงหวิชัย (หลวงปู่ครูบาสิงห์ สิริวิชโย)

    เดิมชื่อ สิงห์ นามสกุล จันทมณี เกิดเมื่อวันที่๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๔๔ หลวงปู่ครูบาสิงห์ได้บรรพชาเข้าสู่พระพุทธศาสนา เป็นสามเณรเมือวันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ณ พัทธสีมา วัดฟ้าฮ่าม ตำบลฟ้าฮ่าม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงไหม่ โดยมีพระอธิการสุยะ(ครูบาหลวงโหล้) วัดฟ้าฮ่ามเป็นพระอุปัชฌาย์หลังจากบรรพชาแล้วสามเณร สิงห์ ก็ได้ศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัดเมืออายุครบที่จะอุปสมบทก็ รับการเข้าอุปสมบท เมือวันที่๒๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๖๔ ณ พัทธสีมา วัดเชตุพน ตำบลวัดเกต อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่โดยมีท่านเจ้าคุณ โพธิรังสีมารชีศาสนาธิการ (ครูบาคันธา) วัดเชตุพนเป็นพระอุปชฌาย์ ได้รับฉายานามว่า “สิริวิชโย”หลังจาอุปสมบทแล้ว หลวงปู่ก็ได้เอาใจใส่พระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี โดยมีโอกาสเดินธุดงค์ รุกขมูลร่วมกับครูบาศรีวิชัยนักบุณแห่งล้านนาไทย นอกจากนั้นได้มี่โอกาสร่วมปฏิบัติธรรม เดินธุดงค์กับหลวงปู่ครูบาหล้า ตาทิพย์ วัดป่าตึง หลวงปู่ครูบาน้อย วัดบ้านปง หลวงปู่ครูบาอินทร์ วัดฟ้าหลั่ง นอกจากทางวิปัสสนาธุระแล้ว หลวงปู่ยังต้องปฏิบัติศาสนกิจ ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดฟ้าฮ่าม เมือวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๔๗๒ ด้วยความตั้งใจในการสั่งสอนบรรดาญาติโยมเป็เวลาหลายปี หลวงปู่จึงได้รับตำแหน่งเจ้าคณะตำบลฟ้าฮ่าม เมือวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๔๗๔ ครั้งเมือ พระราชชายาเจ้าดารารัศมีในพระบาทสมเด็พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ สิ้นพระชนม์ลง เมือวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๔๗๖ ต่อมาได้มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ บริเวณวัดสวนดอก เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๔๗๗ หลวงปู่ก็ได้รับอาราธนานิมนต์ เข้ารับพิจารณาผ้าบังสกุล ในพิธีดังกล่าวกับพระ มหาเถรอีกหลายรูปด้วยกัน จากการปฏิบัติตนและสั่งสอนญาติโยมที่มาร่วมทำบุญอย่างเหมาะสม หลวงปู่จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เมือวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๔๙๗ ชึ่งเป็นปีที่ ๙ ในราชกาลปัจจุบัน “พระครูสิงหวิชัย” เจ้าคณะตำบลชั้นตรี (จต.ชต.) หลังจากได้รับพระราชทานสมณศักดิ์แล้ว หลวงปู่ก็ตั้งใจในกิจพระศาสนาเป็นอย่างมาก และแล้วสังขารคนเราก็ไม่เที่ยงแท้ พุธ ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๓๘ หลวงปู่ได้เข้ารับการรักษาผ่าตัดใช้เครื่องช่วยหัวใจเทียมที่โรงพยาบาล มหาราชนครเชียงใหม่ จนอาการดีขึ้น จึงได้ออกมาพักรักษาตัวอยู่ที่วัด เวลา ๐๖.๐๐ น. ของวันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๘ ขณะที่หลวงปู่กำลังให้พรญาติโยมที่มาถวายอาหาร หลวงปู่ได้เกิดอาการ หัวใจเต้นผิดปกติ จึงได้รับเข้ารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ต่อมาวัน พฤหัสบดีที่ ๗ กันยายน ๒๕๓๘ ประมาณเวลา ๐๒.๕๐ น. หลวงปู่ก็มรณภาพลงด้วยอาการอันสงบ ณ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค รวมสิริอายุได้ ๙๓ ปี ๘เดือน ๒๑ วัน

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    เหรียญสวยสภาพเดิมผิวรุ้ง

    .ให้บูชา 250 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260308_213939.jpg IMG_20260308_214007.jpg IMG_20260308_214048.jpg
     
  3. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,171
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1772982417939.jpg

    ปรากฎมหัศจรรย์มากคือ "พิศมร" ที่หลวงปู่ให้เด็กแขวนแล้วเด็กตกน้ำไม่จม
    ตะกรุดโทนแขวนแล้วยิjไม่เข้าเสื้อพรุนหมด แต่เนื้อตัวไม่เป็นอะไร ตะกรุดจักพรรดิ์ มีพระวัดจักรวรรดิ์มาบูชาไปฝากศิษย์ที่มาเลเซีย
    เมื่อศิษย์เอาไปแขวนแล้วโดนทำร้าย ด้วยมีdปาดยางพารา เสื้อขาดหมดแต่ไม่เข้าเนื้อ

    พระสมเด็จหลวงปู่เหรียญ วัดบางระโหง นนทบุรี ปี ๒๕๒๔ อายุครบ ๘๕ ปี
    พระครูนนทสมณวัตร (หลวงปู่เหรียญ ถาวโร)
    อดีตเจ้าอาวาสวัดบางระโหง และอดีตเจ้าคณะตำบลบางกร่าง-บางรักน้อย นามเดิม เหรียญ บิดาชื่อ นายแดง มารดา ชื่อ นางอยู่ นามสกุล สังฆรัตน์
    อยู่ที่ ต.ดอนมะดัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา อุปสมบท เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2470
    วัดขวัญเมือง ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี พระครูชุ่ม วัดประชารังสรรค์ เป็นพระอุปัชฌาย์
    หลวงปู่เหรียญท่านเป็นคนมีสุขภาพแข็งแรง มีเจ็บป่วยบ้างเล็กน้อย แต่เมื่อประมาณปลายปี 2530 หลวงปู่ได้ฉันยาถ่าย แต่ก็ไม่ถ่าย
    หลวงปู่ปวดท้อง ท่านจึงฉันยาธาตุทำให้ในท้องปั่นป่วนมาก ผู้ใหญ่จึงพาท่านส่งโรงพยาบาลนนทบุรี พักอยู่หลายวันจึงกลับวัด
    แต่พักอยู่ได้ไม่นานก็เข้าออกโรงพยาบาลอีกหลายครั้ง และย้ายไป โรงพยาบาลธนบุรี แพทย์วินิจฉัยว่าท่านเป็นมะเร็งปอด
    ราววันที่ 17 เมษายน 2531 หลวงปู่ก็อาพาธอีกและได้เข้าโรงพยาบาลสงฆ์ เมื่อไปโรงพยาบาลแล้ว อาการของท่านไม่ดีขึ้นเลย
    จนวันที่ 27 เมษายน 2531 หลวงปู่ได้มรณภาพลงด้วยอาการสงบ สิริรวมอายุได้ 92 ปี พรรษาที่ 62

    หลวงปู่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนหนุ่ม ได้ออกจากบ้านมาเป็นคนงานรับจ้างทำนาที่อยุธยา มีครั้งหนึ่ง มีคนมาลักเกี่ยวข้าว
    หลวงปู่พร้อมพวกมีพี่ใหญ่ชื่อว่า "ก้าน" ได้เสกว่านให้พวกหลวงปู่กินแล้วออกไปต่อสู้กับพวกลักข้าว ซึ่งมีอยู่ประมาณ 20 คน
    ฝ่ายหลวงปู่มี 7 คน อาวุ.ธมีแค่คันหลาวกับไม้ เท่านั้น การต่อสู้กับพวกลักข้าวปรากฎว่า ฝ่ายหลวงปู่ไมได้รับบาดเจ็บเลยแต่ละคน ตี
    แทj ไม่เข้า จนทำให้พวกลักข้าวแตกกระจายไปหมด หลวงปู่ได้เรียนนักธรรมจนได้นักธรรมเอกที่ขอนแก่น
    และได้กลับมาจำพรรษาที่วัดขวัญเมือง หลวงปู่เรียนคาถาอาคมกับหลวงพ่อบัวแล้ว หลวงปู่ยังเรียนคาถากับอาจารย์เที่ยง ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันกับหลวงปู่
    อาจารย์เที่ยงเป็นคนมีวิชาอาคมขลังและป็นโยมบิดาของพระครูสมุห์บรรจง วัดขวัญเมือง
    ในปัจจุบันตอนหลังพระครูสมุห์บรรจงได้มาเป็นศิษย์ของหลวงปู่อีกที่หนึ่ง

    หลวงปู่เคยธุดงค์ไปในป่าสมัยก่อน หลวงปู่ธุดงค์ไม่ได้ใช้กลดเลย เพราะหลวงปู่บอกว่าท่านฉันบอระเพ็ดเป็นประจำจนยุ่งไม่กัดเลย
    ตอนธุดงค์หลวงปู่ได้พบอาจารย์ที่มีวิชาอาคมขลัง หลวงปู่ได้เรียนวิชากับอาจารย์ในป่าหลายอย่าง หลวงปู่จะทำพิศมรแจกโยมที่มาหรือนิมนต์ไปงาน
    ส่วนมากจะแจกไปทั่วคนมาช่วยงานที่วัดท่านก็แจกไปทั่ว เวลามีงานปลุกเสกตามวัดจะมีฎีกามานิมนต์หลวงปู่บ่อยๆ
    พระคณาจารย์ที่หลวงปู่ร่วมปลุกเสกประจำคือ หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ ,หลวงพ่อทองอยู่ วัดหนองพะอง , หลวงปู่สาย วัดบางรักใหญ่ , หลวงพ่อสุด วัดกาหลง
    วัตถุมงคลของหลวงปู่นั้นที่ปรากฎมหัศจรรย์มากคือ "พิศมร" ที่หลวงปู่ให้เด็กแขวนแล้วเด็กตกน้ำไม่จม
    ตะกรุดโทนแขวนแล้วยิjไม่เข้าเสื้อพรุนหมด แต่เนื้อตัวไม่เป็นอะไร ตะกรุดจักพรรดิ์ มีพระวัดจักรวรรดิ์มาบูชาไปฝากศิษย์ที่มาเลเซีย
    เมื่อศิษย์เอาไปแขวนแล้วโดนทำร้าย ด้วยมีdปาดยางพารา เสื้อขาดหมดแต่ไม่เข้าเนื้อ ทำให้เค้าศรัทธาหลวงปู่มาก
    ตะกรุดที่หลวงปู่เหรียญสร้าง เท่าที่ทราบ คือ
    1.ตะกรุดโทน
    2.ตะกรุดพิศมรเล็ก
    3.ตะกรุดพิศมร๑๙
    4.ตะกรุดแคล้วคลาด
    5.ตะกรุดสาริกา
    6. ตะกรุดจักรพรรดิ์
    7.ตะกรุดสามกษัตริย์
    8.ตะกรุดมหาอุต
    9.ตะกรุดโภคทรัพย์
    10.ตะกรุดหัวใจ 108

    เรื่องปาฏิหาริย์เกี่ยวกับตะกรุดของหลวงปู่เหรียญนั้น
    ทั้งคนในพื้นที่และนอกพื้นที่ต่างเล่าขานกันมากมาย ว่า "เหนีย..วสุดๆ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    พระสมเด็จหลวงปู่เหรียญวัดบางระโหง ผสมเกศา องค์นี้ส่องดูเห็นเกศาหลวงปู่ด้วยครับ

    ให้บูชา 500 บาทค่าจัดส่ง 30 บาทครับ

    IMG_20260308_221742.jpg IMG_20260308_221846.jpg IMG_20260308_221915.jpg IMG_20260308_221932.jpg
     
  4. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,171
    ค่าพลัง:
    +21,459
    FB_IMG_1772987816971.jpg

    สายเหนีย...ว

    หลวงพ่อตั๋งวัดโพธิ์เอน เป็นเกจิร่วมยุคกับ หลวงพ่อตาบ วัดมะขามเรียง หลวงพ่อตั๋งเป็น ศิษย์หลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ หลวงพ่อตั๋งเป็นศิษย์ร่วมรุ่นครูบาอาจารย์เดียวกับ หลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน สระบุรี และ หลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ
    "เจ้าตำหรับมีดสะกดวิญญานอันลือลั่นครับ"
    คนพื้นที่อ.ท่าเรือจะเล่าสู่กัน "ตาบตาe ตั๋งติดคุก"
    ณ วงสุรา ต่างคนมั่นใจว่า มีของดี สุดท้ายเกิดการดวลมีดกันขึ้นมา สรุปคนห้อยหลวงพ่อตาบ ตุย ส่วนคนห้อยหลวงพ่อตั๋ง ไม่เป็นอะไร เลยต้องติดคุก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นล้วนอยู่ที่บุญและกรรมของแต่ล่ะคนด้วยครับ..ต่อให้มีพระดีแค่ไหนประพฤติปฎิบัติไม่ดีไม่มีศีลมีธรรมพระที่ไหนก็ไม่คุ้มครองครับ..วัตถุมงคลทั้ง2อาจารย์สุดยอดด้วยกันทั้ง2ท่านครับลูกศิษย์ท่านมากมายทั่วประเทศครับ

    เหรียญ.."รุ่นแรก"..หลวงพ่อตั๋ง วัดโพธิ์เอน ปี 2522 เหรียญประสบการณ์สูง

    สุดยอดเหรียญประสบการณ์สูงแห่งเมืองอยุธยาครับเหรียญนี้ คนพื้นที่รู้จักกันดี
    หลวงพ่อตั๋งท่านนี้พระเวทวิทยาคมสูงมาก เหรียญท่านขึ้นชื่อมากในเรื่องมหาอุด
    คงกระพันตามแบบฉบับพระเกจิเก่าแก่เมืองอยุธยาโดยแท้ ..เหรียญรุ่นเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้อุบัติขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 ผู้ประสบการณ์ไม่ประสงค์ออกนาม เมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 มีอยู่วันหนึ่งท่านโดนยิงด้วยปืn ลูกซองระยะประมาณ5วาเศษเรียกว่าระยะเผาขน ลูกปืnถูกบริเวณหน้าอกและลำคอ ความแรงของลูกปืnทำให้หงายหลังลงไปนอนแผ่หลา ด้วยอานุภาพของ.เหรียญรุ่น.แรก.......ปีพ.ศ.2522........คุ้มครองแค่ผิวหนังไหม้เกรียมเป็นจุดลูกปืnเท่านั้น ท่านบอกว่าเหรียญรุ่นนี้มีคุณวิเศษในทางอยู่คงกระพัน อย่างยอดเยี่ยม ถ้าวันนั้นเหรียญหลวงพ่อตั๋งไม่คุ้มครอง ร่างคงพรุนเป็นแน่ ท่านใดที่ได้มีได้บูชาเก็บไว้ดีๆๆนะครับประวัติและเกียรติคุณของหลวงพ่อตั๋ง ที่ลำดับความมาตั้งแต่ต้นจนถึงบทสุดท้ายนี้ หวังว่าคงสร้างศรัทธาต่อท่านผู้อ่านตามสมควรโดยเฉพาะวัตถุมงคลของหลวงพ่อ เคยก่ออภินิหารทุกรุ่น แต่ไม่มีผู้ใดนำความศักดิ์สิทธิ์มาเผยแพร่ให้เลื่องลือชื่อเสียง ท่านจึงเป็นเสมือนเพชรน้ำหนึ่งที่ซ่อนแสงอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด
    หรือแม้กระทั่งห้อยพระหลวงพ่อตั๋ง โดนพยาบาลฉีดยาเข็มแทงไม่เข้าก็เป็นที่เลื่องลือครับ

    พุทธคุณดีเยี่ยมเรื่องคงกระพั.น มหาอุ.ดเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่มากครับแถมพระของท่านหลักร้อยไม่มีเก๊อีกด้วยครับ

    ประวัติ หลวงพ่อตั๋ง ปิยคุโณ
    หลวงพ่อตั๋ง ปิยคุโณ
    เดิม
    ชื่อตั๋ง เต้่าสุวรรณ เกิดวันพุธที่11 ธันวาคม พ.ศ.2455 ปีชวด ที่บ้านโพธิ์เอน ต.โพธิ์เอน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรคุณพ่ออยู่ คุณแม่ใย เต้าสุวรรณ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา7คน
    1 นายพรหม เต้าสุวรรณ
    2น.ส.ลำยวง เต้าสุวรรณ
    3นางชิด อารมย์สุข
    4นายบุญช่วย เต้าสุวรรณ
    5นายตั๋ง เต้าสุวรรณ
    6น.ส.ติ้ง เต้าสุวรรณ
    7นายเชื้อ เต้าสุวรรณ(ถึงแก่กรรมทั้งหมด)
    อุปสมบท
    เมื่ออายุครบ20ปีได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดโพธิ์เอน ต.โพธิ์เอน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 12พฤาภาคม 2475 มีพระอธิการโป๋ เจ้าอาวาสวัดวังแดงเหนือ เป็นพระอุปัชฌาย์ มีพระอธิการก๋งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เอน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และอาจารย์โกยเป็นอนุสาวนาจารย์(พระตั๋งได้รับฉายาปิยคุโณ)
    หลวงพ่อตั๋ง มีความเป็นอยู่อย่างสมถะ พูดน้อยแต่แฝงด้วยความปราณี เป็นศิษย์ร่วมครูอาจารย์กับหลวงพ่อย้อย วัดอัมพวัน สระบุรีและหลวงพ่อแจ่ม วัดวังแดงเหนือ อยุธยา มีความขลังทางพุทธาคมคาถาเป็นอมตะ สร้างวัตถุมงคลเพื่อการสร้างพระศาสนาไม่หลายรุ่นนัก ปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง หลวงพ่อตั๋ง นับเป็นพระเถราจารย์บริสุทธิ์ด้วยศิลและมีกฤษฏาอภินิหารอีกรูปหนึ่งแห่งลุ่มน้ำป่าสักตอนใต้ หลังจากอุปสมบทแล้ว ท่านได้จำพรรษาที่วัดโพธิ์เอนได้ศึกษาพระธรรมวินัยอันเป็นพระปริยัติกับหลวงพ่อก๋ง แต่ไม่ได้เข้าสอบธรรมสนามหลวง ท่านได้หันมาเอาดีทางสมถกรรมฐานและเวทมนต์คาถาโดยมีอาจารย์พ่อก๋งเป็นผู้ประสิทธิ์วิทยาคุณต่างๆ มาถึงตอนนี้ขออ้างอิงสิ่งที่น่าเชื่อถือได้สักนิด ผู้เขียนเคยกราบเรียนถามถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อก๋ง ว่ามีมากน้อยเพียงไร หลวงพ่อตั๋งเล่าว่า หลวงพ่อก๋งบรรลุฌานกสิณแก่กล้า สามารถลงไปในน้ำจับปลาเป็นๆขึันมาได้ และยังเดินบนผิวน้ำได้อีกด้วย โดยเฉพาะความขลังในการเสกเป่าน้ำ พระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์มาก หลวงพ่อตั๋งได้รับการถ่ายทอดวิทยาตุณต่างๆ จากหลวงพ่อก๋งอย่างไม่ปิดบังอำพรางโดยเฉพาะทางสมถกรรมฐานท่านกรุณาแนะนำหลักปฏิบัติจนมีความเชี่ยวชาญ ในการเจริญภาวนา มีสมาธิจิตกล้าแข็งและว่องไว สามารถปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ ให้เกิดอานุภาพนานาประการทั้งปวง เมตตามหานิยม มหาอำนาจและคงกระพันชาตรี คุณวิเศษที่กล่าวมานี้ คือผลการเจริญกรรมฐาน จนจิตเป็นสมาธิชั้นสูง ซึ่งหลวงพ่อก๋งเป็นผู้บอกพระกรรมฐาน และชี้แนะหลักปฏิบัติแต่เริ่มแรก ต่อมาได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ กับหลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ เพื่อเพิ่มวิทยาคุณเวทมนต์คาถา ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หลวงพ่อโป๋ท่านกรุณาถ่ายทอดวิทยาคุณต่างๆ จนหมดสิ้นเช่นกัน ยิ่งกว่านั้น....รออ่านตอนต่อไปพักสายตาก่อนครับ..ยังไม่ถึงตอนดุเดือด ...มาอ่านต่อ..ยิ่งกว่านั้นท่านยังแนะนำหลักปฎิบัติการเจริญภาวนา ในบทคาถาต่างๆให้เกิดความขลังยิ่งยวดขึ้นไปอีก โดยเฉพาะวิชาทำน้ำมนต์เดือด ท่านปฎิบัติได้เข้มขลังยิ่งนัก ตอนผมบวชอยู่ เมื่อปี2521 ผมเห็นกับตา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก จากนั้นหลวงพ่อลงมาจำพรรษาที่วัดลอดช่องเมืองกรุงเก่า ขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแข่ม เพื่อขอเรียนวิชาเรียกสูตรสนธิการทำผงพุทธคุณต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อแช่มท่านกรุณารับไว้เป็นศิษย์ด้วยความเต็มใจ หลวงพ่อตั๋งมีความชำนาญอ่านเขียนหนังสือขอมอย่างดีเยี่ยม อักขระคาถาเลขยันต์ต่างๆ ท่านมีความรู้อยู่ในขั้นพระเถราจารย์ชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว โดยเฉพาะผงพุทธคุณที่ท่านลบและปลุกเสกมีความศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ว่าทรงคุณวิเศษนานัปการ หลวงพ่อตั๋งคร่ำเคร่งอยู่กับวิชาไสยศาสตร์เป็นเวลานานหลายปี หลังจากนั้น ท่านจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ทางภาคเหนือหลายแห่ง มีโอกาสเข้ากราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ พระผู้ทรงความศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครสวรรค์อีกด้วย มาถึงปีพ.ศ.2489 เมื่อครูอาจารย์ของหลวงพ่อถึงกาลมรณภาพลงหมด
    ต่อมาได้เข้าฝากตัวเป็นศิษย์ กับหลวงพ่อโป๋ วัดวังแดงเหนือ ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ เพื่อเพิ่มวิทยาคุณเวทมนต์คาถา ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น หลวงพ่อโป๋ท่านกรุณาถ่ายทอดวิทยาคุณต่างๆ จนหมดสิ้นเช่นกัน ยิ่งกว่านั้น....รออ่านตอนต่อไปพักสายตาก่อนครับ..ยังไม่ถึงตอนดุเดือด ...มาอ่านต่อ..ยิ่งกว่านั้นท่านยังแนะนำหลักปฎิบัติการเจริญภาวนา ในบทคาถาต่างๆให้เกิดความขลังยิ่งยวดขึ้นไปอีก โดยเฉพาะวิชาทำน้ำมนต์เดือด ท่านปฎิบัติได้เข้มขลังยิ่งนัก ตอนผมบวชอยู่ เมื่อปี2521 ผมเห็นกับตา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก จากนั้นหลวงพ่อลงมาจำพรรษาที่วัดลอดช่องเมืองกรุงเก่า ขอฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแข่ม เพื่อขอเรียนวิชาเรียกสูตรสนธิการทำผงพุทธคุณต่างๆ ซึ่งหลวงพ่อแช่มท่านกรุณารับไว้เป็นศิษย์ด้วยความเต็มใจ หลวงพ่อตั๋งมีความชำนาญอ่านเขียนหนังสือขอมอย่างดีเยี่ยม อักขระคาถาเลขยันต์ต่างๆ ท่านมีความรู้อยู่ในขั้นพระเถราจารย์ชั้นแนวหน้าเลยทีเดียว โดยเฉพาะผงพุทธคุณที่ท่านลบและปลุกเสกมีความศักดิ์สิทธิ์ชนิดที่ว่าทรงคุณวิเศษนานัปการ หลวงพ่อตั๋งคร่ำเคร่งอยู่กับวิชาไสยศาสตร์เป็นเวลานานหลายปี หลังจากนั้น ท่านจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ ทางภาคเหนือหลายแห่ง มีโอกาสเข้ากราบคารวะพระเดชพระคุณหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ พระผู้ทรงความศักดิ์สิทธิ์แห่งเมืองนครสวรรค์อีกด้วย มาถึงปีพ.ศ.2489 เมื่อครูอาจารย์ของหลวงพ่อถึงกาลมรณภาพลงหมด
    ช่วงนั้นวัดโพธิ์เอนว่างเจ้าอาวาสคณะสงฆ์จึแต่งตั้งให้ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เอนสืบต่อมาจนถึง พ.ศ.2538 หลังจากเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เอนแล้ว หลวงพ่อได้ปฎิสังขรณ์และก่อสร้างอาคารเสนาสนะต่างๆ ที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างเต็มสติกำลัง ตามความสามารรถ ท่านทุ่มเทกำลังกายกำลังความคิดและมีอุตสาหะวิริยะอย่างยอดเยี่ยม
    เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้อุบัติขึ้นเมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 ผู้ประสบการณ์ไม่ประสงค์ออกนาม ปัจจุบันท่านอยู่ในเพศบรรชิต กรุณาเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เมื่อประมาณปีพ.ศ.2525 มีอยู่วันหนึ่งท่านโดนยิjด้วยปืnลูกซองระยะประมาณ5วาเศษเรียกว่าระยะเผาขน ลูกปืnถูกบริเวณหน้าอกและลำคอ ความแรงของลูกปืnทำให้หงายหลังลงไปนอนแผ่หลา ด้วยอานุภาพของ........เหรียญรุ่นแรก.......ปีพ.ศ.2522........คุ้มครองแค่ผิวหนังไหม้เกรียมเป็นจุดลูกปืnเท่านั้น ท่านบอกว่าเหรียญรุ่นนี้มีคุณวิเศษในทางอยู่คงกระพั น อย่างยอดเยี่ยม ถ้าวันนั้นเหรียญหลวงพ่อตั๋งไม่คุ้มครอง ร่างคงพรุนเป็นแน่ ท่านใดที่ได้บูชาไปจากรายการช็อคโลก เก็บรักษาไว้ให้ดีนะครับ ประวัติและเกียรติคุณของหลวงพ่อตั๋ง ที่ลำดับความมาตั้งแต่ต้นจนถึงบทสุดท้ายนี้ หวังว่าคงสร้างศรัทธาต่อท่านผู้อ่านตามสมควรโดยเฉพาะวัตถุมงคลของหลวงพ่อ เคยก่ออภินิหารทุกรุ่น แต่ไม่มีผู้ใดนำความศักดิ์สิทธิ์มาเผยแพร่ให้เลื่องลือชื่อเสียง ท่านจึงเป็นเสมือนเพชรน้ำหนึ่งที่ซ่อนแสงอยู่ในเงามืดมาโดยตลอด
    วัตถุมงคลของหลวงพ่อมีประสบการณ์ทุกรุ่น

    ขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลที่มาอย่างสูงครับ

    ชุด ๒ องค์พระสมเด็จหลวงพ่อตั๋ง

    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260308_234150.jpg IMG_20260308_234209.jpg
     
  5. Jumbo A

    Jumbo A เป็นที่รู้จักกันดี สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    14,171
    ค่าพลัง:
    +21,459
    1772996416526.jpg

    ท่านก็ระลึกชาติแต่หนหลังได้ว่า เกิดมาแล้ว ๗๒ กัลป์ เคยอธิษฐานสร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์มาตลอด ได้รับพยากรณ์จากพระสมณโคดมพุทธเจ้าพระองค์นี้ในชาติที่เกิด

    ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ เดิมชื่อพ่อเจิม คุณาบุตร เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2434 ตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ ที่หมู่ที่ 8 ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หมู่บ้านเกิดของท่านเดิมเรียกว่า "บ้านบน" เพราะอยู่เหนือวัดขึ้นไปท่านพ่อเป็นบุตรคนที่ ๒ ของปู่แพ คุณย่านุ่ม คุณาบุตร มีพี่และน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 6 คน คือนางสาวเจือ คุณาบุตร พ่อเจิม คุณาบุตร แม่จียม คุณาบุตร (หรือบุญเลี่ยม) พ่อแถบ คุณาบุตร พ่อพ้อง คุณาบุตร และ พ่อยอด คุณาบุตร
    ชีวิตเมื่อเยาว์วัยของท่านพ่อตามคำบอกเล่าของพ่อแถบ คุณาบุตร ว่าท่านสงบเสงี่ยม และสามารถอดกลั้นต่ออารมณ์ต่าง ๆ ได้ดีเป็นเยี่ยม เมื่ออายุได้ ๑๑ ปี ได้ไปเรียนหนังสืออยู่กับหลวงพ่อเพชร เจ้าอาวาสวัดตรีจินดาราม (วัดสามจีน) สมุทรสาคร พออายุได้ ๑๔ ปี จึงได้ย้ายไปอยู่กับหลวงพ่อสมุห์เทศ วัดใหญ่บ้านบ่อ สมุทรสาคร เพื่อเรียนหนังสือต่อในชั้นสูงขึ้นไปอีก เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี จึงได้บวชเป็นสามเณรเมื่อท่านเรียนหนังสือได้สูงขึ้นหลวงพ่อเห็นว่าเป็นเด็กดีมีแวว ทั้งสติปัญญาก็เฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน หมดความรู้ที่อาจารย์จะสอน จึงได้แนะนำให้มาศึกษาต่อกับอาจารย์ทองดี (เปรียญ) ที่วัดบางพลีใหญ่ เหนือบ้านเกิดขึ้นไปอีกตำบลหนึ่ง ท่านพ่อได้ศึกษาภาษามคธ-บาลี ทั้งเรียนหนังสือขอมไปด้วย ท่านพ่อบวชเป็นสามเณรอยู่จนอายุ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงจัดการอุปสมบทให้เป็นพระภิกษุ ณ วัดบางพลีใหญ่นั่นเอง พระอุปัชฌาย์ของท่านพ่อ คือหลวงพ่อนิล วัดตึก สมุทรสาคร หลวงพ่อเทศ หลวงพ่อนิตย์ วัดใหญ่บ้านบ่อเป็นกรรมวาจาจารย์ เมื่อท่านพ่ออุปสมบทแล้ว ญาติโยมได้นิมนต์ให้มาอยู่ที่สำนักสงฆ์บางโทรัด เพราะใกล้บ้าน โปรดญาติโยมได้สะดวก สำนักสงฆ์บางโทรัดปู่แพ ย่านุ่ม คุณาบุตร ซึ่งเป็นโยมบิดามารดา เป็นผู้สร้าง จึงต้องการให้ท่านพ่อมาดูแลและบูรณะให้ดีขึ้นไปอีก เมื่อท่านพ่อย้ายมาอยู่ตามความตั้งใจของ โยมบิดามารดา สำนักสงฆ์แห่งนี้มีพระอยู่ 2 หรือ 3 รูปเท่านั้น กุฏิก็โย้เย้แทบจะพังมิพังอยู่แล้ว โบสถ์ที่จะใช้ทำสังฆกิจก็ไม่มี เมื่อท่านพ่อมาอยู่สำนักนี้ ท่านก็ได้สร้างหรือซ่อมสิ่งที่ชำรุดทรุดโทรม ให้ดีขึ้นและใช้การได้ต่อไป เมื่ออยู่ได้ 3 พรรษา ก็ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า และได้ดำเนินการขอพระราชทานวิสุงคามสีมา และได้สร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นแบบเรือนไทยเตี้ย ๆ สำเร็จพร้อมทั้งปรับปรุงกุฏิที่โย้เย้ให้ดีเหมือนเดิมจนใช้การได้ นับตั้งแต่นั้นมา ก็มีโบสถ์สำหรับสงฆ์ทำสังฆกิจได้ในวัด โดยไม่ต้องไปอาศัยวัดอื่น ทั้งศาลาการเปรียญและเสนาสนะอื่น ๆ ก็ซ่อมให้ดีขึ้นท่านได้ไปเรียนกรรมฐานกับหลวงพ่อรุณ วัดช้างเผือก อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามและขอเดินธุดงค์ร่วมกับหลวงพ่อรุณ ได้เข้าอยู่ ปริวาสกรรมก่อนเดินธุดงค์ ได้บรรลุธรรมในขณะอยู่ปริวาส ตามคำบอกเล่าของท่านว่าได้เห็นในร่างกายโปร่งชัดเจนเหมือนกระจกแก้วในไปทั้งร่าง ครั้งแรก แปลกใจ แต่เก็บความรู้สึกไว้สอบสวนอยู่ทุกคืน และโอกาสที่ได้นั่งกรรมฐาน จนแน่ชัดแล้วจึงคิดว่าเมื่อเราเห็นในตัวชัดแจ้งอย่างนี้แล้ว ในดินตรงหน้านี้มีอะไรบ้าง ก็เห็นในพื้นดินแจ้งไปหมด สงสัยที่ตรงไหนตรงนั้นก็เห็น ไม่มีสิ่งใดบังกั้นเลยเป็นเวลานาน เมื่อเข้าหมู่สงฆ์หลวงพ่อรุณทราบด้วยฌาน ก็ยกย่อง ในหมู่คณะสงฆ์นั้นว่า "คุณเจิม" รู้ธรรมแล้ว ต่อมาท่านพ่อได้พิจารณาถึงว่า ท่านได้เกิดมากี่ชาติสร้างบารมีอะไรมา ท่านก็ระลึกชาติแต่หนหลังได้ว่า เกิดมาแล้ว 72 กัลป์ เคยอธิษฐานสร้างบารมีเป็นพระโพธิสัตว์มาตลอด ได้รับพยากรณ์จากพระสมณโคดมพุทธเจ้าพระองค์นี้ในชาติที่เกิด เป็นช้างนาราคิริงและจะเกิดมาในตระกูลสามัญชนอีกเพียงชาตินี้เท่านั้น ต่อไปก็จะไปเกิดเมื่อพระศรีอาริยเมตตรัยมาตรัสรู้เป็นพระสัมสัมพุทธเจ้า ท่านจะเป็นพระพุทธอุปัฏฐากบำรุงอยู่ตลอด ถึงพระศรีอริยเมตตรัยดับขันธ์ปรินิพพาน ท่านพ่อก็จะยับยั้งอยู่ดุสิตเทวโลก จนกว่าถึงสมัยที่ท่านจะมาตรัสรู้เป็นพระสัมสัมพุทธเจ้าพระองค์ที่ 10 ในพุทธกาลหน้า
    ท่านบวชได้ 5 พรรษา พิจารณาว่าต่อไปจะเร่งสร้างบารมี ถ้าจะอยู่ในสมณเพศก็จะคับแคบ เพราะจะต้องสงเคราะห์ญาติด้วยอาการต่าง ๆ จะทำให้พระธรรมวินัยของพระสมณโคดมแปดเปื้อนเป็นมลทิน ทั้งจะทำให้ผู้ที่เพ้อเจ้อโง่เขลาเบาปัญญาต้องมีโทษต่าง ๆ อีกด้วย ท่านก็เลยปลงจิตลาสิกขาบทจากสมณเพศมาปฏิบัติธรรมในฐานะฆราวาสโดยตั้งอยู่ในศีล 5 เป็นปกติ วันพระก็รับศีลอุโบสถเป็นประจำ ส่วนอาชีพอื่น ๆ ตามบรรพบุรุษก็ถือแบบทำมาโดยตลอดเยี่ยงบุคลสามัญทั้งหลาย บิดามารดาเห็นสมควรให้ครองเรือนโดยสู่ขอแม่เรียบ รสทองให้แต่งงานอยู่กินแบบบุคคลทั่วไป ท่านก็อนุโลมตาม ลาสิกขาบทมาได้ 9 ปี ก็แต่งงานอายุ 30 ปี แต่ยังมิได้บอกใครว่าได้บรรลุธรรมอันใด ท่านทำนาเกลือเมื่อหน้าแล้ง พอหน้าฝนท่านก็ข้ามมาฝั่งตรงข้ามคือ วัดเกตุมดีฯ ในปัจจุบัน แต่สมัยก่อนเหมือนยังอยู่ในป่าห่างจากบ้านเดิมประมาณ 2 กิโลเมตร ท่านได้มาแผ้วถางที่บริเวณพระธาตุองค์เก่าที่เหลือแต่ซาก หักพังบริเวณใกล้ ๆ ท่าน ปลูกข้าวปีหนึ่ง ๆ ก็ได้ข้าวพอสมควร แต่มักจะมีฝูงนกใหญ่ ๆ มากิน ท่านไม่ไล่และไม่ให้ใครไล่ ท่านบอกว่าให้ทานนกกินก็แล้วกัน เมื่อท่านอายุได้ 35 ปี ท่านก็ได้เปิดเผยการปฏิบัติธรรมจะขอเริ่มสร้างบารมี โดยครั้งแรกท่านได้ไปกราบบิดามารดาของท่านที่เท้า แล้วบอกว่าได้รู้เห็นธรรมอย่างนั้น ๆ มาตั้งแต่บวช ต่อไปนี้สมควรที่จะสร้างบารมีต่อไปแล้ว ขอให้พ่อแม่ตั้งทุนขึ้นเพื่อสร้างเสริมองค์พระธาตุเก่าแก่นี้ก่อนเป็นคนแรก เมื่อบูรณขึ้นแล้วก็ให้พ่อแม่ปลูกต้นโพธิ์อธิษฐานไว้ข้างองค์พระธาตุคนละต้น ท่านเริ่มสอนกรรมฐานตามแบบที่เรียนมาจากหลวงพ่อรุณ วัดช้างเผือกสืบมา แต่ถ้าเป็นคฤหัสถ์จะต้องให้สมาทานศีลห้า ข้อใดข้อหนึ่งตามที่ตนจะรักษาได้ตลอดชีวิตก่อน แล้วท่านจะบอกให้เรียนกรรมฐาน ต่อจากนั้นท่านก็บูรณะวัดบางโทรัด แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นวัดบัณฑูรย์สิงห์ในปัจจุบัน โดยสืบต่อจากพ่อแม่ของท่านได้สร้างมา และเปลี่ยนจากเดิมทุกอย่างจากไม้มาเป็นคอนกรีตทั้งหมด ท่านได้สอนธรรมมาโดยตลอด และสถานที่เกตุมดีฯนี้ ท่านให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมของลูกศิษย์ที่มุ่งสู่ความสงบโดยแท้จริง และสามารถมาพักเพื่อปฏิบัติธรรมติดต่อ
    ท่านได้สร้างบารมีโดยตลอดมาถึงอายุ 72 ปี เมื่อ พ.ศ.2506 ท่านได้ถึงแก่กรรมทิ้งขันธ์ละโลกนี้ไป

    ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ (ปู่เจิม)

    แม้ว่าปัจจุบัน ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ จะถึงแก่กรรมทิ้งขันธ์ละโลกนี้ไปกว่า 50 ปีแล้วก็ตาม แต่คติธรรมคำสอนที่ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ได้ทิ้งไว้เป็นมรดกธรรม แก่ลูกหลานชาวบางโทรัดก็ยังคงอยู่คู่บ้านบางโทรัดให้ลูกหลานและคนรุ่นหลัง ได้ศึกษาเล่าเรียนและฝึกปฏิบัติ เพื่อมุ่งไปสู่ความสงบในทางธรรม และการดำรงชีวิตอย่างมีสติถึงพร้อมด้วยปัญญา
    ปัจจุบันชาวบางโทรัดจะร่วมกันจัดงานปีเดือน 6 (ขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6) บูชาครูปู่เจิม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดของปู่เจิม เพื่อเป็นการระลึกถึงพระคุณของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ และให้บรรดาลูกหลานและลูกศิษย์ได้ร่วมทำบุญและปฏิบัติธรรม โดยจะมีชาวบ้านมาร่วมทำบุญและปฏิบัติธรรมกว่า 100 คน คนที่มีเวลาก็จะอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดบัณฑูรสิงห์จนครบ 10 วัน ส่วนคนวัยทำงาน ก็อยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดเพียง 1-2 วัน นอกจากการปฏิบัติธรรมตามประเพณีงานบูชาครูปู่เจิมแล้ว ชาวบางโทรัด ก็ยังนิยมการทำบุญและปฏิบัติธรรมที่วัดใกล้บ้านตลอดทุกวันพระ ในช่วงเวลาเข้าพรรษา ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยที่ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ยังมีชีวิตอยู่

    ประวัติ ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ เดิมชื่อพ่อเจิม คุณาบุตร เกิดเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2434 ตรงกับวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 ปีเถาะ ที่หมู่ที่ 8 ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร หมู่บ้านเกิดของท่านเดิมเรียกว่า "บ้านบน" เพราะอยู่เหนือวัดขึ้นไปท่านพ่อเป็นบุตรคนที่ ๒ ของปู่แพ คุณย่านุ่ม คุณาบุตร มีพี่และน้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 6 คน คือนางสาวเจือ คุณาบุตร พ่อเจิม คุณาบุตร แม่จียม คุณาบุตร (หรือบุญเลี่ยม) พ่อแถบ คุณาบุตร พ่อพ้อง คุณาบุตร และ พ่อยอด คุณาบุตร
    ชีวิตเมื่อเยาว์วัยของท่านพ่อตามคำบอกเล่าของพ่อแถบ คุณาบุตร ว่าท่านสงบเสงี่ยม และสามารถอดกลั้นต่ออารมณ์ต่าง ๆ ได้ดีเป็นเยี่ยม เมื่ออายุได้ ๑๑ ปี ได้ไปเรียนหนังสืออยู่กับหลวงพ่อเพชร เจ้าอาวาสวัดตรีจินดาราม (วัดสามจีน) สมุทรสาคร พออายุได้ ๑๔ ปี จึงได้ย้ายไปอยู่กับหลวงพ่อสมุห์เทศ วัดใหญ่บ้านบ่อ สมุทรสาคร เพื่อเรียนหนังสือต่อในชั้นสูงขึ้นไปอีก เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี จึงได้บวชเป็นสามเณรเมื่อท่านเรียนหนังสือได้สูงขึ้นหลวงพ่อเห็นว่าเป็นเด็กดีมีแวว ทั้งสติปัญญาก็เฉลียวฉลาดกว่าเพื่อน หมดความรู้ที่อาจารย์จะสอน จึงได้แนะนำให้มาศึกษาต่อกับอาจารย์ทองดี (เปรียญ) ที่วัดบางพลีใหญ่ เหนือบ้านเกิดขึ้นไปอีกตำบลหนึ่ง ท่านพ่อได้ศึกษาภาษามคธ-บาลี ทั้งเรียนหนังสือขอมไปด้วย ท่านพ่อบวชเป็นสามเณรอยู่จนอายุ 20 ปีบริบูรณ์ บิดามารดาจึงจัดการอุปสมบทให้เป็นพระภิกษุ ณ วัดบางพลีใหญ่นั่นเอง

    คาถาบูชา
    ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ธรรมบัณฑิต

    อิมินา สักกาเรนะ บัณฑูรสิงหะปิตะรัง อะภิปูชะยามิ
    ทุติยัมปิ อิมินา สักกาเรนะ บัณฑูรสิงหะปิตะรัง อะภิปูชะยามิ
    ตะติยัมปิ อิมินา สักกาเรนะ บัณฑูรสิงหะปิตะรัง อะภิปูชะยามิ

    คาถาที่ใช้เสกของก่อนกินเมื่อสงสัยในความไม่ปกติ
    (ของท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ฯ)
    ภูริปัญญา มะหาญาณัง อาการะสะ วิยะสาคะรัง
    จักกะวาฬัณ จะ ยาวะชีวัง ภะวันตุเม ฯ

    ท่านพ่อบัณฑูรสิงห์นอกจากจะสอนหลักการปฏิบัติธรรมให้กับญาติและชาวบางโทรัด ยังได้ฝากคติธรรมไว้ให้ลูกหลาน คนรุ่นหลังได้ศึกษา เป็นภาษิตธรรม ดังนี้
    ไม่เรียกถาม อย่าตะกราม ตะกระกล่าว
    ไก่สามหาว มิใช่ยาม ตะกรามขัน
    กลัวไว้หน้า กล้าไว้หลัง ระวังทัน
    คนทุกวัน ล้วนแปดเหลี่ยม สิบสองคม

    คนหน้าเนื้อ ใจเสือ ก็เหลือคบ
    ข้างนอกกลบ หวานไว้ ข้างในขม
    มะนาวเกลี้ยง ก็ไม่ล้น เท่าคนกลม
    เร็วกว่าลม พัดกลบ ตลบตะแลง

    ฝนจะตก เท่าไร น้ำไม่ขัง
    ย่อมไหลหลั่ง ลงรู คูระแหง
    รสไม่รู้ ดุจจวัก ที่ตักแกง
    จนใบแหว่ง เปรี้ยวหวาน ไม่พานรู้

    ถึงมีหู มีอยู่ ดังหูกะทะ
    มีตาปะปะ เหมือนตาสับปะรด น่าอดสู
    ถึงมีปาก ปากพล่อย ดังหอยปู
    มีเท้าคู่ มือตาย เหมือนไม่มี

    กระจกส่อง มองเด่น จะเห็นชัด
    ปัญญาส่อง ปัญญา ชี้แจ่มใส
    ตัวของตัว ชั่วดี มีเพียงใด
    ไม่ต้องไป หาหมอดู ก็รู้ดี

    จิตไม่ตาย รูปไม่ตาย อย่าหมายผิด
    รูปกับจิต บอกหมด ปมสงสัย
    รูปทั้งกอง เปรียบเหมือนฟอง ชลาลัย
    เกิดขึ้นแล้ว ก็ดับได้ เป็นธรรมดา

    เหรียญท่านพ่อบัณฑูรสิงห์ วัดบางโทรัด ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง จ.สมุทรสาคร ปี ๒๕๓๖
    เสกโดย
    1.) หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ สมุทรสงคราม
    2.) หลวงพ่อหลิว วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม
    3.) หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี
    4.) หลวงพ่ออวยพร วัดดอนยายหอม ฯลฯ

    ขอขอบคุณท่านเจ้าของบทความข้อมูลทุกๆที่มาอย่างสูงครับ


    ให้บูชา 200 บาทค่าจัดส่งด่วน 30 บาทครับ

    IMG_20260309_015736.jpg IMG_20260309_015809.jpg
     

แชร์หน้านี้

Loading...